อ.ประสิทธิ์ คงทรัพย์ /ร.ร. สิริภัจจ์ การแพทย์แผนไทย

Author Archive

โกฐเชียง (Chinese Agelica Branching Root)

โกฐเชียง (Chinese Agelica Branching Root)

IMG_0001IMG_0002IMG_0003IMG_0004IMG_0005

เถาวัลย์เปรียง(Derris scandens Vine)

สมุนไพรเถาวัลย์เปรียง

สมุนไพรเถาวัลย์เปรียง

IMG_0001IMG_0002IMG_0003IMG_0004เถาวัลเปรียง1

เถาวัลย์เปรียง

เถาวัลย์เปรียง

รวบรวมโดย…อ.ประสิทธิ์ คงทรัพย์   โรงเรียนสิริภัจจ์ การแพทย์แผนไทย  http://www.siripatthaimedonlineschool.com/ siripatclinic@gmail.com

line:id:prasitkongsup  skype name:prasit.kongsup   โทร.087-1639644

พิมเสน (ธรรมชาติ)

พิมเสน ๑

พิมเสน ๒พิมเสน ๓พิมเสน ๔พิมเสน ๕

มาตะกี่ /ชันน้ำมันมาตะกี่

มาตะกี่

เป็นชันน้ำมัน

เป็นยางไม้ประเภทชันน้ำมัน(oleoresin) ได้จากพืชที่มีชื่อทางพฤกษศาสตร์ว่า Pistacia lentiscus L. ในวงศ์ Anacardiaceae ซึ่งขึ้นในบริเวณโดยรอบทะเลเมดิเตอร์เรเนียน และบนเกาะต่างๆ ในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เช่น เกาะไซปรัส (Cyprus Island) เกาะคิออส(Chios Island)ต้นมาตากี่

เครื่องยานี้เรียก “mastagi” ในภาษาอิหร่าน(อูนานิ) หรือ “mastaki” ในภาษาฮินดี ฝรั่งเรียก “mastic” คำ “mastic” นี้มาจากภาษากรีก แปลว่า “การเคี้ยว” เนื่องจากมาตะกี่นี้เคยใช้ทำหมากฝรั่ง

พืชที่ให้มาตะกี่นี้ เป็นไม้พุ่มถึงไม้ต้นขนาดเล็ก สูง ๓-๔.๕๐ เมตร เปลือกเรียบ สีเทาแกมน้ำตาล ใบเป็นใบประกอบแบบขนนกคู่ เรียงสลับกัน มีใบย่อย ๖-๑๐ คู่ ใบย่อยรูปไข่แกมรูปขอบขนาน ขอบใบเรียบ ดอกเป็นดอกช่อ ออกตรงซอกใบ ดอกตัวผู้และดอกตัวเมียอยู่ต่างต้นกัน ดอกย่อยมีขนาดเล็ก สีเขียว ผลเป็นชนิดมีเนื้อ มีเมล็ดแข็งเพียงเมล็ดเดียว รูปไข่กลับ เมื่อสุกสีแดงปนส้ม

มาตะกี่อาจได้จากยางที่เป็นพวกชันน้ำมันที่ไหลออกมาตามกิ่งตามธรรมชาติเอง หรืออาจได้จากการกรีดเปลือกต้นตั้งแต่โคนต้นถึงกิ่งใหญ่ๆ โดยกรีดตามยาวราว ๒ ซม. ลึก ๓ มม. ต้นหนึ่งอาจกรีดได้ถึง ๒๐๐-๓๐๐ แผล และสามารถกรีดซ้ำได้ใน ๖ สัปดาห์ ยางที่ไหลออกมาเป็นหยดที่ปากแผล จะแข็งตัวเป็นก้อนเล็กๆ แล้วจึงเก็บชันน้ำมันที่แห้งแข็ง

มาตะกี่ที่มีขายในท้องตลาดมักเป็นก้อนค่อนข้างกลม แบน หรือรูปไข่ วัดขนาดผ่าศูนย์กลางได้ราว ๓ มม. ยาว ๓-๗ มม. สีเหลืองอ่อนหรือสีเหลืองอมเขียว โปร่งใสและเป็นมันวาว เปราะ เมื่อเคี้ยวจะหยุ่นเหนียว มีกลิ่นหอมเล็กน้อย
มาตะกี่มีองค์ประกอบเป็นน้ำมันระเหยง่ายราวร้อยละ ๑-๓ มีองค์ประกอบหลักเป็น “ดี-ไพนีน” (d-pinene) มีชันราวร้อยละ ๙๐ ชันนี้ประกอบด้วยสารชื่อ “กรดมาสติคิก” (mastichic acid) ที่ละลายได้ในแอลกอฮอล์ และ “มาสติซิน”(masticin) ที่ไม่ละลายในแอลกอฮอล์

***มาตะกี่ใช้ในอุตสาหกรรมทำสีและน้ำมันชักเงา ในทางทันตกรรมใช้ในการอุดฟันชั่วคราว ใช้ทำหมากฝรั่ง ทำปลาสเตอร์ ใช้เคลือบเม็ดยาให้แตกตัวในลำไส้(enteric coating)***

ที่มา:จากตำราพระโอสถพระนารายณ์
โดย: ชยันต์ พิเชียรสุนทร, แม้นมาส ชวลิต และ วิเชียร จีรวงส์

งูเหลือม

งูเหลือม

     ดี รสขม   สรรพคุณ บำรุงน้ำดี  ช่วยย่อยอาหาร   ระบายพิษไข้ แก้โรคตา  ทำให้ยาแล่นเร็ว

    น้ำมัน   รสมันคาว   สรรพคุณ  ทาถูนวด แก้เคล็ดขัดยอก   แพลง  ทำให้เส้นหย่อน

   กระดูก   รสเย็นเมาเบื่อ  สรรพคุณ  ดับพิษกาฬ   แก้เมื่อย   แก้ร้อนในกระสับกระส่าย

งูทับสมิงคลา

  • งูทับสมิงคลา

กระดูก   รสร้อน  สรรพคุณ แก้พิษซาง

 งูทับสมิงคลา งูพิษร้ายแรง ที่มาพร้อมกับหน้าฝนงูทับสมิงคลา (Blue Krait)

โคโรค

  • โคโรค คือ ปรวดเกิดเป็นก้อนแข็งอยู่ในถุงน้ำดีหรือตับของวัว

โคโรค  รส เฝื่อนมันคาว แก้น้ำลายและเสมหะเหนียว   เสลดจุกคอ  แก้ตาอักเสบ และแก้รำเพรำพัด  (พยาธิตัวจี๊ด)

ลักษณะทั่วไป  โคโรค
โคโรคนั้นมีลักษณะเป็นเมล็ดกลมแบนคล้ายกับลูกกะจี้ไม่ใช่เป็นพรรณไม้แต่เป็นโรคที่เกิด ขึ้นกับวัวชนิดหนึ่งที่เกิดปรวดขึ้นในถุงน้ำดีและตับของวัว เป็นก้อนกลมเกลี้ยง จะเป็นเปลือก แข็งและเป็นสีขาวหรือสีเทาหม่น ๆ ภายในนั้นจะเป็นเนื้อสีเหลืองและเป็นชั้น ๆบางครั้งที่วัว เป็นโรคไอก็จะมีเม็ดโคโรคนี้หลุดออกมา

ประโยชน์ทางเศรษฐกิจ : โคโรค เป็นสินค้าที่มีราคาแพงมาก มีพวกคนจีนได้มาขอซื้อจากที่ฆ่าวัว จากโรงฆ่าสัตว์ เพื่อเอา มาขาย เป็นสินค้าทางยา

ส่วนที่ใช้ : โคโรค ใช้เป็นยา

สรรพคุณของ  โคโรค
โคโรคจะมีรสเฝื่อนและมันเล็กน้อย ใช้เป็นยารักษาน้ำลายและเสมหะเหนี่ยวเป็นยาบำรุงกำลัง นอกจากนี้ยังเอามาใช้หยอดตา รักษาตาเจ็บ ตาฟาง ตาแฉะกินเป็นยารักษาเสมหะแห้ง รักษาโรคที่บวมตามอวัยวะต่าง ๆเลื่อนเปลี่ยนทีได้โรคนี้จะเกิดขึ้นภายหลังจากการที่เกิดเป็นไข้หวัดใหญ่เรื้อรัง

 

Tag Cloud

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.