อ.ประสิทธิ์ คงทรัพย์ /ร.ร. สิริภัจจ์ การแพทย์แผนไทย

ลมปะกัง

ลมปะกัง

นิยาม

  • โรคลมชนิดหนี่ง (บางครั้งเรียก ลมตะกัง) มีอาการปวดหัวเวลาเช้าๆ

“.ลมปะกัง เกิดโทษให้ปวดเศียร เป็นพ้นเพียรอสุริยะศรี  ตามืดมัวอัคคี ชักปากเบี้ยว เจ็บสันหลัง บางเพื่อกำเดาปน  ลมระคนโทษทุวัง  กลายเป็นลมปะกัง  พิการรุม ตัวร้อน นอนวิงเวียน ซึ่งหน้าตา บางทีหนาโทษสังหรณ์ สันนิบาตกำเริบร้อน กลับไข้สุดกำลัง”

  • ลมที่เกิดจากหน้าผากข้างขวาลงมาถึงหมวกโสต (ใบหู) ทำให้มีอาการปวดศีรษะข้างเดียวหรือสองข้าง
  • โรคชนิดหนึ่ง ผู้ป่วยมีอาการปวดศีรษะมาก อาจจะปวดข้างเดียวหรือสองข้างก็ได้ บางตำราว่ามักเป็นเวลาเช้า ผู้ป่วยอาจมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น  ตาพร่า วิงเวียน อาเจียน ลมตะกัง หรือสันนิบาตลมปะกัง ก็เรียก

ลักษณะอาการ

  • ปวดศีรษะไม่แน่นอน บางคนปวดตอนเช้า (สูรย์ทกลา) พลบค่ำ (จันทกลา)อาการปวดศีรษะ น้ำตาไหล อาจมีอาการปวดบ่า  ปวดหลัง อาการเสียวหน้า ตากระตุก อาจมีไข้ต่ำๆ ปวดศีรษะข้างเดียวหรือสองข้าง

ก็ได้ ถ้าไม่รักษาอาจมีอาการปากเบี้ยว

  • มีอาการปวดศีรษะ บางว่าปวดข้างเดียวเหมือนไข้สันนิบาตกะกัง

สมุฏฐานวินิจฉัย

  • การแพทย์แผนปัจจุบัน

เทียบเคียงแล้ว ลมปะกัง ใกล้เคียงกับอาการของโรคไมเกรน  (อาการหลักคือ  ปวดศีรษะข้างเดียว คลื่นไส้ อาเจียน  และกลัวแส่งสว่าง ผู้เป็นไมเกรนจะมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหลอดเลือดในสมองตีบเพิ่มขึ้น

  • การแพทย์แผนไทย

๒.๑ ธาตุสมุฏฐาน

๒.๒ เส้นประธานสิบ  เส้นอิทา ปิงคลา  สหัสรังสี  ทวารี เป็นเหตุ เกิดจากลมจันทกลา ที่เส้นอิทากำเริบ  หรือ ลมสุรกลา ในเส้นปิงคลากำเริบ

การซักประวัติและการตรวจร่างกาย

๑. การซักประวัติ

๑.๑  อายุ อาชีพ  พฤติกรรมการกินอาหาร  และการใช้ชีวิตประจำวัน  ครอบครัว ประวัติความเจ็บป่วย ในอดีต  ความเครียด

๑.๒  ลักษณะการปวดแบบต่างๆ  ช่วงเวลาที่มีอาการ หรือช่วงเวลาที่อาการกำเริบ

๑.๓  การรักษาที่ทำมาก่อนจะพบหรือตรวจ ผลของการรักษาเป็นอย่างไร

๑.๔ ประวัติตามสมุฏฐานวินิจฉัย

๒. การตรวจร่างกาย

๒.๑  ส่วนใหญ่ผู้ป่วยจะมาพบแพทย์เมื่อไม่มีอาการ จึงต้องซักประวัติเป็นหลัก ให้ตรวจการเคลื่อนไหวของคอ  การเกร็งขอกล้ามเนื้อคอ

๒.๒  ถ้าตรวจขณะมีอาการ  จะพบว่าผู้ป่วยจะมีอาการลืมตาไม่ขึ้น  หน้าแดง  น้ำตาไหล กล้ามเนื้อคอและไหล่มีการเกร็งตัว

การรักษา

๑.แผนการรักษา

๑.๑ ให้นอนพักในที่มืด สงบ  ไม่มีเสียงดัง

๑.๒ ให้กินยารักษาลมปะกัง

๑.๓ การนวดรักษาเพื่อลดการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะส่วนคอและหลัง

๑.๔ การออกกำลังกาย การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินอาหาร  การฝึกฤาษีดัดตน  การฝึกการลดความเครียด การฝึกสมาธิ

๒. การนวดบำบัด

๒.๑ นวดเส้นสิบ แนวเส้นอิทา   ปิงคลา  กาลทารี  และอาจตามด้วยการประคบลูกประคบสมุนไพร บริเวณคอ บ่า ไหล่  หลัง

๒.๒ นวดบำบัด อาการปวดคอ ศีรษะ

๒.๓ ให้ผู้ป่วยนวดตัวเอง โดย นวดหน้า  กดหัวคิ้ว กดจุดใต้คิ้วหรือรอบขอบตาบน   แต่ละจุดนับ ๑-๑๐ ตาล่างเหนี่ยวลง  กดจุอุณาโลม  และจุดเหนือจุดอุณาโลม  ๓ นิ้วมือ กดจุดกลางคิ้ว ซ้าย-ขวา  นับ ๑-๑๐

นวดให้เกิดความรู้สึกไปที่หน้าผาก  ขอบตาบน ใช้ปลายนิ้วก้อยดันขึ้น จุดตาล่างใช้ปลายนิ้วก้อยดึงลงมา

การประเมินผล

อาการปวดศีรษะและอาการอื่นๆ ลดลงหรือหายเป็นปกติ   ความถี่ในเป็นหรือมีอาการน้อยลง ความโกรธ  ความหงุดหงิด ความระแวง ความอิจฉา

การออกกำลังสม่ำเสมอ นอนหลับเป็นเวลาและเพียงพอmigraine-content-3

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

Tag Cloud

%d bloggers like this: