อ.ประสิทธิ์ คงทรัพย์ /ร.ร. สิริภัจจ์ การแพทย์แผนไทย

เฉลยแนวข้อสอบ พ.ร.บ วิชาชีพแพทย์แผนไทย  พ.ศ. ๒๕๕๖ ชุดที่ ๓

จงตอบคำถามให้ถูกต้องที่สุด

  • ผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยและผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยประยุกต์ต้องประกอบวิชาชีพภายใต้บังคับแห่งข้อจำกัดและเงื่อนไขและต้องรักษาจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพ การแพทย์แผนไทยตามที่กำหนดไว้ในอะไร……………..ข้อบังคับสภาแพทย์แผนไทย……………………………
  • บุคคลซึ่งได้รับความเสียหายเพราะการประพฤติผิด จรรยาบรรณแห่งวิชาชีพของผู้ประกอบวิชาชีพแพทย์แผนไทย หรือแพทย์แผนไทยประยุกต์มีสิทธิกล่าวหาผู้ก่อให้เกิดความเสียหายนั้น โดยทำคำกล่าวหาเป็นหนังสือยื่นต่อองค์กรใด…………………..สภาแพทย์แผนไทย…………………………………………………………………………..
  • บุคคลสามารถกล่าวโทษ เพราะการประพฤติผิด จรรยาบรรณแห่งวิชาชีพของผู้ประกอบวิชาชีพแพทย์แผนไทย หรือแพทย์แผนไทยประยุกต์ สามารถทำคำกล่าวโทษเป็นหนังสือยื่นต่อองค์กรใด.

…………………………………สภาแพทย์แผนไทย…………………………………………………………………………..

  • กรรมการมีสิทธิกล่าวโทษผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยหรือผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์

แผนไทยประยุกต์ โดยต้องทำคำกล่าวโทษเป็นหนังสือยื่นต่อองค์กรใด

…………………………สภาแพทย์แผนไทย………………………………………………………………………………….

  • ในกรณี ผู้ได้รับความเสียหายหรือผู้กล่าวโทษรู้เรื่องการประพฤติผิด และรู้ตัวผู้ประพฤติผิดจรรยาบรรณ แห่งวิชาชีพ จะมีสิทธิกล่าวหาหรือกล่าวโทษ ต่อสภาแพทย์แผนไทย อย่างไร

………………………….ภายใน ๑ ปี……………………………………………………………………………………………..

  • ในกรณี ผู้ได้รับความเสียหายหรือผู้กล่าวโทษไม่รู้เรื่องการประพฤติผิดจรรยาบรรณ แห่งวิชาชีพ และไม่รู้ตัวผู้ประพฤติผิด จะมีสิทธิกล่าวหาหรือกล่าวโทษ ต่อสภาแพทย์แผนไทย อย่างไร

……………………..ไม่เกิน  ๓ ปี……………………………………………………………………………………………

  • การถอนเรื่องการกล่าวหาหรือการกล่าวโทษที่ได้ยื่นหรือแจ้งไว้แล้ว ในกรณีผู้ประกอบวิชาชีพแพทย์แผนไทยและการแพทย์แผนไทยประยุกต์ ประพฤติผิดจรรยาบรรณ จะกระทำได้หรือไม่อย่างไร

สามารถถอนเรื่องได้ แต่ไม่มีผลในการระงับการดำเนินการของคดีความ

  • เมื่อสภาแพทย์แผนไทย ได้รับเรื่องกล่าวหา หรือกล่าวโทษ และพิจารณาแล้วเห็นว่ามีเหตุสมควร จะให้เลขาธิการสภาแพทย์แผนไทยส่งเรื่องต่อให้ใครเพื่อเข้าสู่ขบวนการสอบสวน โดยไม่ชักช้า

………………………………..ประธานอนุกรรมการจรรยาบรรณ………………………………………………………….

  • ใครเป็นผู้แต่งตั้งประธานอนุกรรมการ กรรมการจรรยาบรรณ ………คณะกรรมการสภาแพทย์แผนไทย……..
  • ผู้เสียหาย หรือผู้อื่นที่กล่าวหา หรือกล่าวโทษ ผู้ประพฤติผิด จะถอนคำกล่าวหาหรือกล่าวโทษ ต่อคณะกรรมการสภาแพทย์แผนไทย ได้หรือไม่   และจะต้องทำอย่างไร  และมีผลอย่างไร

…………………………การถอนเรื่องการกล่าวหาหรือการกล่าวโทษที่ได้ยื่นหรือแจ้งไว้แล้วนั้น

สามารถกระทำได้ โดยทำเป็นหนังสือแจ้งต่อสภาวิชาชีพการแพทย์แผนไทย แต่จะไม่เป็นเหตุให้ระงับ

การดําเนินการตามพระราชบัญญัตินี้ เพราะทางสภาฯ จะดำเนินการสืบสวนหรือสอบสวน ต่อไป

  • เมื่อสภาการแพทย์แผนไทยได้รับเรื่องการกล่าวหาหรือการกล่าวโทษตามมาตรา ๓๗ หรือในกรณีที่คณะกรรมการมีมติว่ามีพฤติการณ์อันสมควรให้มีการพิจารณาเกี่ยวกับการประพฤติผิด ตามมาตรา ๓๖ ของผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยหรือผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยประยุกต์ บุคคลใดในคณะกรรมการที่มีหน้าที่ เสนอเรื่องดังกล่าวต่อประธานอนุกรรมการจรรยาบรรณโดยไม่ชักช้า

…………………………………………..เลขานุการสภาการแพทย์แผนไทย…………………………………………………….

  • คณะกรรมการจรรยาบรรณ มีจำนวนเท่าไร และคณะกรรมการสภาการแพทย์แผนไทยต้องแต่งตั้งจากส่วนไหน

……….ไม่น้อยกว่า ๓ คน…ซึ่งได้รับแต่งตั้งจาก สมาชิกสภาแพทย์แผนไทย………………………………………

  • คณะกรรมการสภาแพทย์แผนไทย อาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการจรรยาบรรณเกินกว่าหนึ่งคณะได้หรือไม่……ได้..
  • ในการทำหน้าที่ของคณะอนุกรรมการจรรยาบรรณ ตามที่อำนาจหน้าที่กำหนด หากดำเนินการไม่เสร็จตามระยะเวลาที่คณะกรรมการกำหนด ซึ่งหากมีเหตุจำเป็นที่ไม่สามารถดำเนินการตามกำหนดได้ คณะอนุกรรมการจรรยาบรรณจะดำเนินการอย่างไร

………………….ให้ประธานอนุกรรมการจรรยาบรรณแจ้งให้คณะกรรมการทราบก่อนครบกําหนดเวลาดังกล่าว  ในการนี้ให้คณะกรรมการพิจารณาขยายระยะเวลาดําเนินการออกไปได้ไม่เกินสามสิบวันนับแต่วันที่ครบกําหนดเวลา………………………………..

  • เมื่อคณะกรรมการได้รับรายงานและความเห็นของคณะอนุกรรมการจรรยาบรรณแล้ว ให้คณะกรรมการพิจารณารายงานและความเห็นดังกล่าวแล้วมีมติอย่างไร……..

(๑)  ให้คณะอนุกรรมการจรรยาบรรณสืบสวนหาข้อเท็จจริงเพิ่มเติมเพื่อเสนอให้คณะกรรมการพิจารณา

(๒)  ให้คณะอนุกรรมการสอบสวนทําการสอบสวนในกรณีที่เห็นว่าข้อกล่าวหาหรือข้อกล่าวโทษนั้นมีมูล

(๓)  ให้ยกข้อกล่าวหาหรือข้อกล่าวโทษในกรณีที่เห็นว่าข้อกล่าวหาหรือข้อกล่าวโทษนั้นไม่มีมูล

  • คณะอนุกรรมการสอบสวน ถูกแต่งตั้งจากองค์กรใด มีจำนวนเท่าไรในแต่ละคณะ และมีหน้าที่อะไร

ได้รับแต่งตั้งจากคณะกรรมการสภาแพทย์แผนไทย  ในแต่ละคณะมีจำนวนไม่น้อยกว่า  ๓ คน และต้องแต่งตั้งจากสมาชิกสภาแพทย์แผนไทย  มีอํานาจหน้าที่สอบสวน  สรุปผล การสอบสวนและเสนอสํานวนการสอบสวนพร้อมทั้งความเห็นต่อคณะกรรมการเพื่อวินิจฉัยชี้ขาด

  • ในการทำหน้าที่ของคณะอนุกรรมการสอบสวน ตามที่อำนาจหน้าที่กำหนด หากดำเนินการไม่เสร็จตามระยะเวลาที่คณะกรรมการกำหนด ซึ่งหากมีเหตุจำเป็นที่ไม่สามารถดำเนินการตามกำหนดได้ คณะอนุกรรมการสอบสวน จะดำเนินการอย่างไร

………………….ให้ประธานอนุกรรมการสอบสวนแจ้งให้คณะกรรมการทราบก่อนครบกําหนดเวลาดังกล่าว  ในการนี้ให้คณะกรรมการพิจารณาขยายระยะเวลาดําเนินการออกไปได้ไม่เกินสามสิบวันนับแต่วันที่ครบกําหนดเวลา………………………………..

  • ในการปฏิบัติหน้าที่ของคณะอนุกรรมการจรรยาบรรณและของคณะอนุกรรมการ สอบสวนตามพระราชบัญญัตินี้ ให้อนุกรรมการจรรยาบรรณและอนุกรรมการสอบสวนเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา หมายถึงอนุกรรมการทั้งสองคณะ  มีอำนาจอย่างไร……………….

……………….มีอํานาจเรียกบุคคลใด ๆ มาให้ถ้อยคําและมีหนังสือแจ้งให้บุคคลใด ๆ ส่งเอกสาร

หรือวัตถุเพื่อประโยชน์แก่การดําเนินงานของคณะอนุกรรมการดังกล่าว………………………………

  • ใครที่มีอำนาจหน้าที่ ส่งหนังสือแจ้งข้อกล่าวหาหรือข้อกล่าวโทษ พร้อมทั้งส่งสําเนาเรื่องที่กล่าวหาหรือกล่าวโทษให้ผู้ถูกกล่าวหาหรือผู้ถูกกล่าวโทษ ก่อนวันเริ่มทําการสอบสวน และต้องส่งหนังสือแจ้งกำหนดเวลาเท่าไร……

……………………………..ประธานคณะอนุกรรมการสอบสวน………ส่งหนังสือแจ้งข้อกล่าวหาหรือกล่าวโทษ ไม่น้อยกว่า ๑๕ วันก่อนทำการสอบสวน……

  • ผู้ถูกกล่าวหาหรือผู้ถูกกล่าวโทษมีสิทธิทําคําชี้แจงหรือนําพยานหลักฐานใด ๆ มาให้คณะอนุกรรมการสอบสวน

คําชี้แจงหรือพยานหลักฐานให้ยื่นต่อประธานอนุกรรมการสอบสวนภายในกำหนดเวาลาเท่าไร………นับแต่วันที่ ได้รับแจ้งจากประธานอนุกรรมการสอบสวน  หรือภายในกําหนดเวลาที่คณะอนุกรรมการสอบสวนจะขยายให้

………………………………….ภายใน ๑๕ วัน…………………………………………………………………………………

  • เมื่อคณะอนุกรรมการสอบสวนทําการสอบสวนเสร็จสิ้นแล้วให้เสนอสํานวนการสอบสวน พร้อมทั้งความเห็นต่อคณะกรรมการภายในกำหนดเวลาเท่าไร……………….นับแต่วันที่ทําการสอบสวนเสร็จสิ้นและต้องไม่เกิน

กําหนดเวลาตามมาตรา  ๔๑ วรรคสาม  เพื่อให้คณะกรรมการวิ นิจฉัยชี้ขาด

………………………………….ภายใน ๑๕ วัน…………………………………………………………………………………

  • เมื่อคณะกรรมการเมื่อได้รับสํานวนการสอบสวนและความเห็นของคณะอนุกรรมการ สอบสวนแล้ว ให้คณะกรรมการพิจารณาสํานวนการสอบสวนและความเห็นดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายในกำหนดเวลาเท่าไร…….นับแต่วันที่ได้รับสํานวนการสอบสวนและความเห็นของคณะอนุกรรมการสอบสวน

………………………………..ภายใน ๓๐ วัน……………………………………………………………………………………..

  • คณะกรรมการมีอํานาจวินิจฉัยชี้ขาดอย่างไร หลังได้พิจารณาสำนวนการสืบสวน สอบสวนตามที่คณะอนุกรรมการสอบสวนส่งให้…..

(๑)  ยกข้อกล่าวหาหรือข้อกล่าวโทษ      (๒)  ว่ากล่าวตักเตือน     (๓)  ภาคทัณฑ์

(๔)  พักใช้ใบอนุญาตมีกําหนดเวลาตามที่เห็นสมควรแต่ไม่เกินสองปี

(๕)  เพิกถอนใบอนุญาต

  • คำวินิจฉัยชี้ขาดของคณะกรรมการสภาแพทย์แผนไทย หากผู้ถูกกล่าวหา หรือกล่าวโทษ ต้องการอุทธรณ์ คำวินิจฉัยนี้ได้หรือไม่ เพราะอะไร………………………………………..

……………….ไม่สามารถอุทธรณ์ ได้….เพราะ ภายใต้บังคับมาตรา  ๓๐  คําวินิจฉัยชี้ขาดของคณะกรรมการตามมาตรานี้  ให้ทําเป็นคําสั่ง สภาการแพทย์แผนไทยพร้อมด้วยเหตุผลของการวินิจฉัยชี้ขาด และให้ถือเป็นที่สุด…..

  • หลังจากที่ คณะกรรมการสภาแพทย์แผนไทย วินิจฉัยชี้ขาดแล้ว บุคคลใด……ที่จะทำหนังสือแจ้งให้ผู้ถูกกล่าวหา หรือกล่าวโทษทราบผลการวินิจฉัยของคณะกรรมการ และมีกำหนดเวลาเท่าไร……………………………..

…………..เลขานุการสภาการแพทย์แผนไทย…. ภายใน ๗ วัน…นับแต่ที่คณะกรรมการมีคำสั่ง………………

  • ผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยหรือผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยประยุกต์ซึ่งอยู่ในระหว่างถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตหรือซึ่งถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาต หากทำการประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยในระหว่างนี้อาจได้รับโทษอย่างไร………………………..จำคุกไม่เกิน ๓ ปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ………
  • ผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยหรือผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยประยุกต์ซึ่งอยู่ในระหว่างถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตหรือซึ่งถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาต หากกระทำให้ให้ผู้เข้าใจผิดว่า ตนมีสิทธิทำการประกอบวิชาชีพได้ อาจได้รับโทษอย่างไร…………..จำคุกไม่เกิน ๓ ปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ………
  • ผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยหรือผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยประยุกต์ซึ่งอยู่ในระหว่างถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตหรือซึ่งถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาต หากกระทำให้ให้ผู้เข้าใจผิดว่า ตนมีสิทธิทำการประกอบวิชาชีพได้ และได้ถูกคณะกรรมการสภาการแพทย์แผนไทย พิจารณาตามขั้นตอนว่ามีความผิดจริง และศาลได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว คณะกรรมการจะดำเนินการอย่างไร……………………….

………..สั่งเพิกถอนใบอนุญาตของผู้นั้นนับแต่วันที่ศาลมีคําพิพากษาถึงที่สุด……………………………………….

  • ผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยหรือผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยประยุกต์ ซึ่งถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาตอาจขอรับใบอนุญาตอีกเมื่อใด……………………….พ้นสองปีนับแต่วันที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาต….
  • ถ้าคณะกรรมการปฏิเสธ การขอใบอนุญาต ผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยหรือผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยประยุกต์ ซึ่งถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาต จะมีสิทธิขอใบอนุญาตจากคณะกรรมการสภาแพทย์ไทยอีกเมื่อไร……………….เมื่อสิ้นระยะเวลาหนึ่งปีนับแต่วันที่ คณะกรรมการปฏิเสธการออกใบอนุญาต…….
  • หากคณะกรรมการปฏิเสธ การขอใบอนุญาต ผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยหรือผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยประยุกต์ ซึ่งถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาต เป็นครั้งที่๒ ผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยหรือผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยประยุกต์ ผู้นั้นจะมีสิทธิขอรับใบอนุญาตได้อีกหรือไม่   อย่างไร……………

……มีสิทธิขอได้ ในครั้งต่อๆไป  แต่ต้องรอสิ้นระยะเวลา ๑ ปีนับแต่ที่คณะกรรมการปฏิเสธในครั้งก่อน………

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

Tag Cloud

%d bloggers like this: