อ.ประสิทธิ์ คงทรัพย์ /ร.ร. สิริภัจจ์ การแพทย์แผนไทย

พระคัมภีร์ทิพมาลาลักษณะฝีวัณโรค  ลักษณะวัณโรคอันบังเกิดภายในนั้น  เกิดเพื่อจตุรธาตุและตรีสมุฏฐานอันใดอันหนึ่ง  ซึ่งจะวิปริตเป็นชาติจะละนะโดยหย่อนพิการระคนกันเข้า  แล้วตั้งต่อมขึ้น  มีประเภทต่าง ๆ  ให้บุคคลทั้งหลายพึ่งเรียนรู้ไปเบื้องหน้า  พอแจ้งได้โดยสังเขป  เรียกว่า  ฝีวัณโรค  ๑๙  ประการ

๑.ฝีปลวก : เมื่อจะบังเกิดกระทำให้เจ็บในทรวงอก  ที่ตั้งแห่งหัวใจ  ตลอดไปตามสันหลัง  แล้วให้ผอมเหลือง  ให้อาเจียนออกมาเป็นโลหิต  ให้ไอ  เหม็นคาวคอบริโภคอาหารไม่ได้  นอนไม่หลับ
ยาแก้ฝีปลวก
                    – รากตะโกนา  รากเป้ง  กำแพงเจ็ดชั้น  ดอกลั่นทม  รากกระทุงลาย  รากคัดเค้า  สิ่งละ  ๒  บาท  ขิงแห้ง  ดีปลี  เจตมูลเพลิง  เปลือกหอยแครง  เบญจเหล็ก  เบญจชุมเห็ดเทศ  รากกำจาย  สิ่งละ  ๑  ตำลึง  ยาข้าวเย็น  ๕  ตำลึง  ต้มกิน  แก้ฝีปลวกหายดีนัก
– เถาวัลย์เหล็ก  เถาวัลย์เปรียง  ดินแท่นปลวก  รากพุมเรียงป่า  ยอดอ้อยแดง  ยาข้าวเย็นทั้งสอง  เสมอภาค  ต้มกิน  แก้ฝีปลวกหายดีนัก
– เถาวัลย์เหล็ก  เชือกเขาหนัง  รังมดลี่  รากพุมเรียงทั้ง ๒  เถาวัลย์เปรียง  ยาข้าวเย็น   เสมอภาค  ต้มกิน

๒.  ฝีกุตะณะราย : เมื่อจะบังเกิดให้ตึงแน่นในทรวงอก  อาการกระทำพิษกลางคืนมากกว่า กลางวัน ให้จับสะบัดร้อนสะท้านหนาวไปทั้งตัว บริโภคอาหารไม่ได้ นอนไม่หลับ
ยาแก้ฝีกุตะณะราย
                    – เบญจเหล็ก   รากขี้กาทั้งสอง  รากประคำไก่  รากตองแตก  ยาดำ  สิ่งละ  ๑  บาท  ต้มกิน  เป็นยาผ่าหัวฝีให้แตก
– รากทนดี  รากมะนาว  รากมะงั่ว  รากส้มซ่า  รากหิ่งหาย  ยอดลำเจียก  บอระเพ็ด  รากมะเขื่อขื่น  รากมะแว้งทั้งสอง  ตำเอาน้ำสิ่งละทะนาน  น้ำมันงาทะนาน ๑  หุงให้คงแต่น้ำมัน  แล้วจึงเอาเนระพูสี  ดีงูเหลือม  ฝิ่นดิบ  เปลือกประคำดีควาย  สิ่งละ  ๑  สลึง  ทำเป็นจุลปรุงลงในน้ำมัน  ให้กินพอควรกำลัง เป็นยาดับพิษฝีกุตะณะรายดีนัก
– ยารุฝีเมื่อบุพโพแตกแล้ว     แก่นมะหาด  แก่นปรู  แก่นมะเกลือ  แก่นสัก  แก่นแสมสาร  เคี่ยวน้ำสิ่งละทะนาน  มะพร้าวไฟ  ๑  ลูก หุงให้คงแต่น้ำมัน  แล้วจึงคุลีการเข้ากับน้ำยาทั้งนั้น  เคี่ยวไปให้เหลือแต่น้ำมันแล้วจึงเอาเมล็ดในสลอด  ๓๓  เมล็ด  คั่วด้วยน้ำปลาร้าไหให้เหลือง  ทำเป็นจุล  ปรุงลงในน้ำมันเอาไว้ให้เย็น    ให้กินหนึ่งช้อนหอย  เป็นยารุ  แก้ฝีกุตะณะรายนั้นหาย  และรุสรรพฝีทั้งปวงได้วิเศษนัก
– ใบมะคำไก่  เจตมูลเพลิง  ตรีกฏุก  กระเทียมทอก  เสมอภาค  บดด้วยสุราทาข้างนอก เป็นยาเกลื่อนฝีกุตะณะราย  และดับพิษก็ได้ หายวิเศษนัก

๓.  ฝีมานทรวง : เมื่อจะบังเกิดกระทำให้ยอกเสียด  หายใจขัดในทรวงอก  เจ็บกลางวันกลางคืน  ให้ไอเป็นเสมหะเหนียว  ให้ซูบผอม  ให้แน่นหน้าอกเป็นกำลัง  ถ้าจะแก้ให้วางยาประจุเสียก่อน  แล้วจึงกินยาประจำโรคต่อไป
 ยาแก้ฝีมานทรวง
                    – ยาประจุฝีมานทรวง       พริกไทย  ๗  เมล็ด   ขิงสด  ๗  แว่น  กระเทียม  ๗  กลีบ  ข่าต้น  ทำเป็นจุลเคล้ายางสลัดไดสดตากแดดให้แห้งได้  ๗  ครั้ง  เอาหนัก  ๒  บาท  บดทำเม็ดเท่าเมล็ดพริกไทย ให้กิน  ๓  เม็ด  ประจุฝีมานทรวงตกสิ้นหายดีนัก
– ยาดำ  ๑  ส่วน  เทียนดำ ๔  ส่วน  ยาข้าวเย็นทั้งสอง  สิ่งละ  ๑๐  ส่วน  กระเทียม ๑๑  ส่วน  ต้นสาบเสือทั้งต้นทั้งราก ๖  ส่วน  ต้มกินตามสมุฏฐานธาตุ  ถ้าจะถ่ายแทรกดีเกลือกินตามธาตุหนักเบา  แล้วให้กินประจำไปทุกวัน  จนกว่าจะหาย
– ข้าวเปลือกคั่วให้ไหม้ชาม ๑  ใบพลับพลึง  ๓  ใบ  ทำเป็นจุลพอกลงไว้ที่เจ็บนั้น  แล้วจึงเอาใบบอนปิดบนดับพิษฝีมานทรวงหายดีนัก
– เปลือกทองหลางใบมน  เปลือกกุ่มน้ำ  เปลือกมะรุม  เปลือกโพบาย  เปลือกกระทุ่มมูลหมู  เสมอภาคต้มกิน
– เปลือกคาง  เปลือกทองหลางใบมน  ฝนเอาเท่ากันละลายสุราให้กิน  แก้ฝีมานทรวงทำให้ปวดนอนมิหลับ

๔.  ฝีธนูธรวาต : เมื่อจะบังเกิดกระทำให้เจ็บหน้าอกตลอดสันหลัง  ให้ปวดขบเป็นกำลัง  ให้เมื่อยทุกข้อกระดูก  ทำให้วิงเวียน  บางทีทำให้ขัดอุจจาระปัสสาวะ  ให้ท้องขึ้นมิรู้วาย  ให้ยอกเสียด  จุกแดกที่ยอดอก  ซูบผอม  บริโภคอาหารไม่มีรส  ตาแข็ง  นอนมิหลับ  อาการกระทำปวดกลางคืนมากกว่ากลางวัน  มีพิษต่างๆ
ยาแก้ฝีธนูธรวาต
                    – ตะไคร้หางนาค  ตะไคร้น้ำ  รากต่อไส้  รากคา  รากคนทา  รากพุมเรียงทั้งสอง  รากเท้ายายม่อม  รากขี้กาทั้งสอง  เสมอภาค  ต้มกิน  ดับพิษฝีธนูธรวาต  อันบังเกิดภายในนั้นหายดีนัก
– เปลือกโพบาย  รากชิงชี่  รากอัญชันขาว  พริกไทย  ขิงแห้ง  ดีปลี  กระเทียม  เสมอภาค  ต้มกินเกลื่อนฝีธนูธรวาต
– เปลือกเพกา  สันพร้านางแอ  เปลือกโพบาย  เปลือกตะบาก  ผักเป็ดแดง  เสมอภาค  ต้มกินดับพิษฝีธนูธรวาต
– รากยอ  รากมะเขื่อขื่น  รากซ้องแมว  รากส้มกุ้งทั้งสอง  แก่นกรันเกรา  แก่นมะหาด  แก่นแสมทะเล  ยาข้าวเย็น  กระดูกงูเหลือม  พริกไทย  เสมอภาค  ทำเป็นจุลดองด้วยสุราฝังข้าวเปลือกไว้  ๓  วันจึงกิน  ดับพิษฝีธนูธรวาต หายดีนัก
– ใบถอบแถบ  ใบพลูแก  ใบมันเทศ  ฆ้องสามย่าน  ขมิ้นชัน  ยอดมอึก  ข้าวเบือ  เสมอภาค  พอกฝีข้างนอกให้ตรงยอดไว้ปล่อง  ดับพิษฝีธนูธรวาต

๕.  ฝีรากชอน (ภาชร) : เมื่อจะบังเกิดกระทำให้บวมเป็นลำขึ้นไปตามเกลียวปัตคาต ให้จับ  สะท้านร้อนสะท้านหนาว   ให้ขนลุกชันทุกขุมขน  ให้ตัวแข็งกระด้าง  จะลุกนั่ง ให้ยอกเสียว  ไหวตัวมิได้
ยาแก้ฝีรากชอน
                    – รากคัดเค้า  รากผักเสี้ยนผี  รากย่านาง  รากกะเพรา  รากก้างปลาแดง  โคกกระสุน  เสมอภาค  ต้มด้วยสุรากิน
– พริกไทย  ขิงแห้ง  ดีปลี  กระเทียม  หัวเข้าค่า  เกลือสมุทร  สิ่งละส่วน  หัวดองดึง  ๖  ส่วน  ทำเป็นจุลทำแท่งไว้ละลายน้ำกระสายอันควรแก่โรค  กินหนัก  ๑  สลึง  ให้กินแต่เมื่อฝียังมิเกิดบุพโพ  ถ้าฝีตั้งบุพโพขึ้นแล้วและบุพโพแห้งไปก็ดี  ท่านให้เอายานี้แทรกเข้า  กระดาดทั้งสอง  อุตพิด  บุกรอ  สิ่งละส่วน  หัวดองดึง  ๓  ส่วน  ทำเป็นจุลละลายน้ำกระเทียมให้กินหนัก  ๑  สลึง  กินไป  ๔ – ๕  วัน แล้ว  จึงกินยาประจุวันหนึ่ง
– ยาประจุ     ขิงแห้ง  ดีปลี  บุกรอ  บอระเพ็ด  เจตมูลเพลิง  ผลมะตูมอ่อน  ผลสลอดสุทธิ  สิ่งละ  ๒  ส่วน  แห้วหมู  สะค้าน  โกฐเขมา  สิ่งละ  ๓  ส่วน  ทำเป็นจุลทำแท่งไว้เท่าเมล็ดข้าวโพด  ให้กิน  ๓  เม็ด  ถ้าธาตุหนักกิน  ๕  เม็ด  เป็นยาประจุฝี

๖.  ฝียอดคว่ำ : เมื่อจะบังเกิดกระทำให้ปวดอยู่ที่ท้องน้อยล่วงลงไปถึงทวารหนัก  ให้ปวดตลอดไปหน้าตะโพก  ให้เจ็บเป็นเวลา  สะบัดร้อนสะท้านหนาว  ให้ปวดแต่กลางคืน  ถ้ากลางวันคลายไปหน่อยหนึ่ง  กระทำพิษต่างๆ
ยาแก้ฝียอดคว่ำ
                    – รากขี้กาแดง  รากก้างปลาแดง  รากถั่วพู  รากพุงดอ  รากพุงแก  เสมอภาค  ต้มกินแก้ฝียอดคว่ำหายดีนัก
– รากถั่วพลู  ไพล  กะทือ  ขมิ้นอ้อย  ข่าตาแดง  ข้าตานยา  รากขัดมอน  หญ้าปากควาย  หอมแดง  กระพังโหม  ตำเอาน้ำสิ่งละทะนาน  น้ำมันงาทะนาน ๑  หุงให้คงแต่น้ำมัน  แล้วเอาไว้กินตามกำลัง แก้ฝียอดคว่ำหายดีนัก
– รากถอบแถบ  ใบมะยม  ใบส้มซ่า  ใบมะขาม  ฝักมะขาม  ใบพุงดอ  เสมอภาค  บดด้วยสุราพอกข้างนอก

๗.  ฝีรวงผึ้ง : เมื่อจะบังเกิดกระทำให้แน่นชายตับเบื้องขวา  ให้ยอกตลอดสันหลัง  ให้ตัวเหลืองหน้าเหลือง  ตาเหลืองดุจขมิ้น  ปัสสาวะเหลืองดุจน้ำกรัก  ให้จับสะบัดร้อนสะท้านหนาว  ให้มึนตึง  ให้เมื่อยทุกข้อทุกกระดูก  ให้อิ่มไปด้วยลม  บริโภคอาหารมิได้
 ยาแก้ฝีรวงผึ้ง
                    – รากทนดี  รากหนามแดง  รากก้างปลาแดง  รากตาไล (ตะไล,คงคาเดือด)  รากคนทา  รากเปล้าใหญ่  รากย่านาง  เสมอภาค ต้มกิน  เมื่อจะกินเสกสัพพาสี  ๗  คาบ แล้วจึงกิน   แก้ฝีรวงผึ้ง  ถ้าแก้หัวหนองแก่ให้เพิ่มเปล้าใหญ่ขึ้น ๒  ส่วน  ต้มให้กินหาย
– ใบสะเดา  ใบเสนียด  ใบมะนาว  ใบส้มป่อย  ใบขัดมอน  ไพล  กระชาย  ข้าวสารเหนียว  เสมอภาค บดด้วยน้ำมันดิบ  แล้วเอามารมควันใต้เสม็ดเคล้าให้เข้ากัน  จึงเอามาพอกข้างนอก  เอาผ้าพันไว้  ๓  วัน  แก้ฝีรวงผึ้งหายวิเศษนัก

๘.  ฝีมะเร็งทรวง : เมื่อจะบังเกิดกระทำให้เป็นมูกเลือดหลายครั้งหลายหนดุจบิด  แล้วก็หายไป  อยู่ๆ ก็กลับมาเป็นอีก  ให้ปวดขบ ยอกเสียด จุกแดกแน่นหน้าอกเป็นกำลัง  ยอกตลอดสันหลัง  วิงเวียน  หอบ ไอ  หิว  หาแรงมิได้ ซูบผอม  มักครั่นตัว  เมื่อยทุกข้อ  ทุกกระดูก
ยาแก้ฝีมะเร็งทรวง
                    – ว่านกลีบแรด  ว่านร่อนทอง รากไม้รวก  จันทน์ทั้งสอง  แก่นสน  กรักขี  ข่าตาแดง  ยาข้าวเย็นทั้งสอง  สิ่งละ  ๒  ตำลึง   รากชุมเห็ดไทย  เถาวัลย์เปรียงแดง  สิ่งละ  ๕  ตำลึง  สุราครึ่งหนึ่ง  น้ำครึ่งหนึ่ง  เป็นกระสายยาต้มกิน แก้ฝีมะเร็งทรวง
– โพกพาย  เถาวัลย์เปรียงแดง  โลดทะนง  หัสคุณเทศ  เสมอภาค  ต้มกิน  แก้มะเร็งทรวงหายดีนัก
– บอระเพ็ด  เปลือกราชพฤกษ์  โพกพาย  เถาวัลย์เปรียงแดง  ขมิ้นอ้อยหัวใหญ่  เสมอภาค  ต้มกินแก้ฝีมะเร็งทรวงเริ่มทำพิษต่างๆ  แก้ฝีทั้ง  ๑๐  ประการ  หายสิ้นวิเศษดีนัก

๙.  ฝีธรสูตร : เมื่อจะบังเกิดกระทำให้ปวดเจ็บสันหลัง  ให้เมื่อย  ให้จุกแดกเป็นกำลัง  ให้เสียดในท้อง  มักให้ซูบผอม  บริโภคอาหารมิได้  มักกระทำพิษให้เป็นไปต่างๆ
 ยาแก้ฝีธรสูตร
                    – รากผักเสี้ยนผี  รากคนทีสอ  รากคนทีเขมา  เสมอภาค  เอาสุราเป็นกระสายยาต้มกินแก้ฝีธรสูตรหายดีนัก
– เปลือกผลมังคุด  เปลือกสะท้อน  เปลือกสะตือ  ยาข้าวเย็น  พุมเรียงป่า  เปลือกมะขาม  สีฟันควาย  รากมะกา  ขี้ผึ้งแข็ง  เสมอภาค  ต้มกินสมานยอดฝีธรสูตรหายวิเศษนัก

๑๐.  ฝีธนูทวน : เมื่อจะบังเกิดกระทำให้ฟกบวมขึ้นตามเส้นสันทฆาต  ให้ตึงท้องตลอดสันหลัง  ให้หลังแข็งจะลุกนั่งมิได้  ให้ยอกจุกเสียดเป็นกำลัง  แล้วให้ระบมไปทั้งท้อง  ให้ท้องบวมใหญ่ขึ้น
 ยาแก้ฝีธนูทวน
                    – กระเทียม  ยาดำ  สิ่งละ  ๒  บาท เทียนดำ ๑ ตำลึง ยาข้าวเย็นทั้งสอง สิ่งละ ๑ ตำลึง ๑ บาท  ต้นสาบเสือ ๒  ตำลึง ๓  บาทต้มกิน  ทั้งผ่าทั้งเกลื่อนฝีธนูทวนหายดีนัก
– รากมะตูม รากมะยมตัวผู้  ยาดำ  เสมอภาค  ต้มกินแก้ฝีธนูทวนหายดีนัก
– รากคัดเค้า  รากคันทรง  เถาวัลย์เปรียง  ผลราชดัด  พริกไทย  เสมอภาค  ต้มกิน ผ่ายอดฝีธนูทวนให้แตกดีนัก
– รากไคร้น้ำ  ผักแพรวแดง  เสมอภาค  ต้มกิน  เมื่อฝีธนูทวนแตกแล้ว ให้ยอดแห้งหายเร็ววิเศษนัก
– ส้มมะขาม  ใบขอบชะนางทั้งสอง  ขมิ้นอ้อย  เสมอภาค  บดพอกฝีธนูทวนหายวิเศษนัก

๑๑.  ฝีสุวรรณเศียร : เมื่อจะบังเกิดนั้น เกิดแต่สมองกระดูกพิการ  ตั้งขึ้นดุจจอกหูหนู  มีสีอันเหลือง  มีรากหยั่งถึงหัวใจ  กระทำให้เมื่อยต้นคอ  ให้เจ็บขึ้นไปถึงกระหม่อม  ตามืด  หูตึง  ปวดศีรษะดังจะทำลาย  ให้เจ็บไปทุกเส้นขน  ให้ร้อนในกระหม่อมและกระบอกตาและในช่องหู   ถ้าตั้งหนองขึ้นแล้วกระทำพิษให้กลุ้มในดวงใจ  ให้สะบัดร้อนสะบัดหนาว  คลั่งหาสติมิได้   เมื่อหนองจะแตกนั้น  บางทีออกทางช่องจักษุทั้งสอง  บางทีออกทางช่องโสตทั้งสอง  ถ้าออกทางช่องใด ช่องนั้นพิการ   ถ้าผู้ใดเป็นดังนี้ได้บ้างเสียบ้าง  ถ้าจะแก้ให้แก้แต่ยังอ่อนอยู่
ยาแก้ฝีสุวรรณเศียร
                    – ใบมะยมอ่อน  ใบมะเฟืองอ่อน  ใบมะดันอ่อน  ใบมะขามอ่อน  ใบส้มป่อย  ยอดหวายขม  เสมอภาคบดพอกแก้ฝีสุวรรณเศียรและชูบุพโพดีนัก
– รากกระทุงลาย  รากมะกา  รากย่านาง  ยาข้าวเย็นทั้งสอง  เสมอภาค  ต้มกินแก้ฝีสุวรรณเศียร

๑๒.  ทันตะกุฎฐัง : บังเกิดขึ้นในกราม  ถ้าขึ้นขวาชื่อ  ทันตะกุฐัง   ถ้าขึ้นซ้ายชื่อว่า  ทันตะมุนลัง  มีประเภทดุจกัน  ผิดกันแต่ชื่อ  เมื่อแรกตั้งมีสัณฐานดัง เมล็ดข้าวโพด  มีสีแดงเหลืองดังผลหว้า  บางทีแข็งดุจเม็ดหูด  ร้ายนัก  เมื่อแตกออกมีสัณฐานดังดอกลำโพง  แล้วเปื่อยลามเข้าไปถึงลำคอ  มีน้ำเหลืองมากกว่าบุพโพ  มีพิษกล้ายิ่งนัก  กระทำให้ปวดแต่ต้นคางขึ้นไป กระหม่อม  ฟกบวมออกมาภายนอก  ให้จับสะบัดร้อนสะท้านหนาว  บริโภคอาหารมิได้       แพทย์มิรู้ก็ว่ามะเร็งรำมะนาด  ย่อมตายเสียเป็นอันมาก  ถ้าจะแก้ให้แก้แต่ยังมิแตก ยังอ่อนอยู่
ยาแก้ทันตะกุฎฐัง
                    – เกลือสินเธาว์  เมล็ดพันธุ์ผักกาด  สมอเทศ  สมอไทย  สมอพิเภก  โกฐกระดูก  ว่านน้ำ  หญ้าลังกา  ใบสะเดา  ขิงแห้ง  ดีปลี  เทียนดำ  เสมอภาค  ทำเป็นจุล  บดทำแท่งไว้  ละลายสุราเกลื่อนฝีอันบังเกิดต้นกรามหายดีนัก
– ผลกระเบียน  รากกระดังงา  รากคุยแดง  รากคุยขาว  รากตะลุ่มนก  รากท้าวยายม่อม  รากเจตมูลเพลิงแดง  รากเจตมูลเพลิงขาว  ผลจันทน์เทศ  พริกไทย  ข้าวเย็นทั้งสอง  สิ่งละสองส่วน  ขมิ้นอ้อย  ๕  ส่วน  มะพร้าวผ่าเอาข้างศีรษะซีกหนึ่ง ต้มกิน  แก้ฝีทันตกุฏฐังอันบังเกิดในต้นกรามนั้นหายวิเศษนัก

๑๓.  ทันตะมูลา : บังเกิดขึ้นในแก้มซ้ายและแก้มขวา  เมื่อแรกเกิดนั้นอาการและประเภทดุจปูนกัดปาก  ดูสัณฐานดังฉะลุกะ (ปลิง)  เข้าเกาะจับอยู่ตาม กระพุ้งแก้มนั้น  มีพรรณแดงสีเสนอ่อนๆ  และกระทำให้แสบร้อนในกระพุ้งแก้ม   ทำให้แก้มนั้นเป็นเหน็บและชา  บางทีฟกบวมออกมาภายนอก  ยอดบานดังดอกลำโพง  เป็นบุพโพ ๑ ส่วน น้ำเหลือง  ๒ ส่วน ถ้าผู้ใดเป็นดังกล่าวมานี้ เป็นกรรมของผู้นั้น จะได้ ๑ ส่วน เสีย ๒ ส่วน ถ้าจะแก้ควรแก้แต่ยังไม่ทะลุออกมาภายนอก แต่ยังอ่อนอยู่นั้น
 ยาแก้ทันตะมูลา
                    – เมล็ดพันธุ์ผักกาด  ขิงแห้ง สมอเทศผลใหญ่  โกฐกระดูก  หญ้าลังกา  ว่านน้ำ  ใบสะเดา  เสมอภาค  ทำเป็นจุล บดทำแท่งไว้  ละลายน้ำท่า  ทาเกลื่อนฝีอันบังเกิดในกระพุ้งแก้มทั้งสองหายดีนัก
– การบูร  โหราเดือยไก่  ดีปลี  ขมิ้นอ้อย  เกลือสินเธาว์  เทียนดำ  ผลพิลังกาสา  โกฐกระดูก  กานพลู  สมุลแว้ง  พิมเสน  เสมอภาค  ทำเป็นจุล ทำแท่งไว้ละลายน้ำผึ้งทาเกลื่อนฝีอันบังเกิดในกระพุ้งแก้มทั้งสองหายดีนัก
– ยาข้าวเย็นเหนือ  ยาข้าวเย็นใต้  รากช้าแป้น  รากย่านาง  รากกระทุงลาย  สิ่งละ  ๕  ตำลึง  ต้มให้กินดับพิษฝีอันบังเกิดในกระพุ้งแก้มทั้งสองหายดีนัก
– กระดูกงูเห่า  รากทิ้งถ่อน  รากมะเกลือ  รากมะเดื่อปล้อง  ยาข้าวเย็นทั้งสอง  เสมอภาค  ต้มให้กินดับพิษฝีทันตะมูลาอันบังเกิดในกระพุ้งแก้มทั้งสองหายดีนัก

๑๔.  ราหูกลืนจันทร์ : บังเกิดขึ้นในต้นลิ้น  มีสัณฐานดังดวงพระจันทร์  ต่อเมื่ออ้าปากออกจึงจะแลเห็นครึ่งหนึ่ง  ลับเข้าไปอยู่ในลำคอมิได้เห็นนั้นครึ่งหนึ่ง  กระทำให้ฟกบวมในลำคอเป็นกำลัง  บริโภคข้าวน้ำมิได้  ให้สำลักขึ้นไปบน จมูกทุกที  ถ้าโรคแก่เจริญขึ้นให้แดงดุจผลมะเดื่อชุมพรสุก มีพิษเจ็บยิ่งนัก  ให้จับสะบัดร้อน สะท้านหนาว  เจรจามิได้  มีบุพโพน้ำเหลืองกึ่งกัน  ถ้าผู้ใดเป็นดุจประเภทนี้  แล้วท่านว่าจะเสีย  ๓ ส่วน ได้  ๑ส่วน  เป็นอติสัยโรค  อาการตัด  ถ้าจะแก้ให้แก้แต่ยังอ่อนมิสุก
  ยาแก้ราหูกลืนจันทร์
– รากกล้วยตีบ  รากกล้วยตานี  เสมอภาค บดละลายสุราทาบ้าง อมบ้าง แก้พิษฝีอันบังเกิดต้นลิ้นนั้นหายดีนัก
– รากมะขามป้อม  รากมะงั่ว  รากย่านาง  สมอไทย  สมอเทศ  ไคร้หางนาค  รำพัน  ขันทศกร  เสมอภาค ทำเป็นจุล ทำแท่งไว้ละลายน้ำร้อนทั้งกินทั้งทาแก้พิษฝีอันบังเกิดในต้นลิ้นนั้นหายดีนัก
– หญ้าซุ้มกระต่าย  ผักแว่น  ขมิ้นอ้อย  ข้าวเบือ  ดินประสิว  โหราเท้าสุนัข  เสมอภาค  ทำเป็นจุล ทำแท่งไว้ละลายสุราแก้พิษฝีอันบังเกิดในต้นลิ้นนั้นหายดีนัก
– ผักหวานบ้าน  ใบหงอนไก่  ใบย่านาง  ใบคันทรง  หญ้างวงช้าง  ขมิ้นอ้อย  ว่านกลีบแรด  ว่านร่อนทอง  เสมอภาค  ทำเป็นจุล ทำแท่งไว้ละลายสุราแก้พิษฝีอันบังเกิดในต้นลิ้นนั้นหายดีนัก
– งาช้าง  นอแรด  กระดูกงูเหลือม  ข่าแก่  ขมิ้นอ้อย  ไคร้เครือ  ระย่อม  พิษนาศน์  เสมอภาค  ทำเป็นจุล ทำแท่งไว้ละลายน้ำครำ  น้ำมูตรก็ได้  แก้พิษฝีอันชื่อว่าราหูกลืนจันทร์ อันบังเกิดในต้นลิ้นนั้นหายแล แก้พิษฝีทั้ง ๖ ประการดีนัก

๑๕.  ฝีฟองพระสมุทร : บังเกิดเพื่อวาโยระคนกันขึ้นในคอต้นขากรรไกร  เมื่อแรกขึ้นมีสัณฐานดังหลังเบี้ย  ขึ้นขวาตัวผู้  ขึ้นซ้ายตัวเมีย  มีอาการเจ็บในลำคอเป็นกำลัง  กลืนข้าวน้ำมิได้  เจ็บปวดดังจะขาดใจ  ถ้ายาถูกก็เลือนหายไป  ถ้ายามิถูกก็แก่กล้าเป็นหนอง  มีความเวทนาเป็นอันมาก  แล้วกระทำพิษให้จับสะบัดร้อนสะบัดหนาว ดุจจับไข้ให้เชื่อมมัว  ให้ร้อนแต่ศีรษะตลอดจนปลายเท้า  เหมือนไข้สันนิบาตนั้นก็หามิได้   ให้ทุรนทุรายไปจนกว่าหนองจะแตก  เป็นยาปะยะโรค  โรครักษาได้   ไม่ตาย
ยาแก้ฝีฟองพระสมุทร
– ใบฝ้ายแดง  ใบฝ้ายเทศ  ใบผักเป็ดแดง  ใบระงับ  ขมิ้นอ้อย  น้ำตาลทราย  เสมอภาค บดทาข้างนอก พอกก็ได้
– โพกพาย  รากย่านาง  เถาวัลย์เปรียง  รากพุมเรียงทั้งสอง  ขมิ้นอ้อย  ยาข้าวเย็นเหนือ  ยาข้าวเย็นใต้ เสมอภาค  ต้มกิน แก้พิษฝีฟองสมุทรหาย  เป็นยาตัดรากสรรพฝีทั้งปวง  ถ้าเป็นแผลแทรกกำมะถันลง  ๑  ตำลึง ๑  บาท  วิเศษนัก

๑๖.  ฝีครีบกรต : บังเกิดขึ้นตามครีบลิ้น  เมื่อแรกจะขึ้นมีสัณฐานเท่าเมล็ดถั่วเขียวและเมล็ดงาแข็งขึ้นมา  เหมือนเม็ดหูด  แล้วก็เจริญขึ้น  มีพรรณแดงดังชาดจิ้ม  มีอาการกระทำให้ลิ้นนั้นแข็งกระด้าง  ให้เจ็บๆ คัน ๆ  ท่านให้เร่งเกลื่อนเสียแต่ยังอ่อนอยู่  อย่าให้ทันยอดแตกออกได้  ถ้าเจริญแก่เข้าแล้วก็แตกออกเปื่อยลามเป็นขุมๆ มีประเภทเหมือนยวงกระท้อนลามไปในลิ้นพื้นบนและพื้นล่าง  บางทีบวมทะลุลงไปใต้คางให้เป็นหนองและโลหิตไหลมิได้ขาด  เหม็นเหมือนซากศพ  ถ้าผู้ใดเป็นก็เป็นกรรมของผู้นั้น จะได้ ๑ ส่วน เสีย ๓  ส่วน  ไปจนกว่าหนองจะแตก เป็นยาปะยะโรค  โรครักษาได้    ไม่ตาย
ยาแก้ฝีครีบกรต
                    – ใบตานหม่อน  ใบตาลโตนด  ขมิ้นอ้อน  ข้าวไหม้  เสมอภาค  บดพอกหรือทาก็ได้  ทาแก้พิษฝีอันบังเกิดตามครีบชิวหา
– โรกทั้งสอง  ยาข้าวเย็นทั้งสอง  ขันทองพยาบาท  สิ่งละ  ๕  ตำลึง  ต้มกิน   แก้พิษฝีอันบังเกิดในครีบชิวหา

๑๗.  ฝีอุระคะวาต (อุรักกะวาต) : บังเกิดขึ้นตามกระดูกสันหลังข้างในนั้น  บางทีขึ้นตรงกระดูก  บางทีขึ้นระหว่างกระดูกตั้งแต่เบื้องบนถึงที่สุดแห่งกระดูกสันหลังข้างในเบื้องต่ำ  วัณโรคอันนี้เมื่อจะบังเกิดนั้น  เป็นเหตุด้วยลมสุนทราวาตพัดเตโชอาโปธาตุมิได้เสมอกันตามปกติ  จึงบังเกิดวิทราธิโรคขึ้นให้เจริญไปถึงวรรณะ  มีประเภทและกระทำพิษต่างๆ บางทีให้จุกเสียด  บางทีให้ขัดอุจจาระปัสสาวะ  บางทีทำให้ลงดุจเป็นบิดมีเสมหะโลหิตระคนให้ปวดมวนเป็นกำลัง  แต่เป็นดังนี้ถึง  ๒-๓  ครั้งก็หายไป  ให้เจ็บอุระและชายสะบักดังบุคคลเอาหอกมาปักและดูดไว้ด้วยกอก ให้ขัดยอกทั่วสรรพางค์กาย  จับสะบัดร้อนสะท้านหนาวมิได้มีเวลา  นอนมิหลับ  บริโภคอาหารมิได้  ตาแดงดังสายโลหิต  บางทีให้บวมตั้งแต่ไหล่จนถึงเอว  ให้ร้อนเป็นกำลังและเจ็บทุกข้อทุกกระดูกสัน   หลังข้างนอก  ถ้ารู้มิถึงย่อมตายเสียเป็นอันมาก  ถ้าจะรักษาให้รักษาแต่ยังอ่อนอยู่
ยาแก้ฝีอุระคะวาต
– ยาข้าวเย็นทั้งสอง  เบญจประคำไก่  รากมะกา  ข่าต้น  รากคัดเค้า  ตับเต่าทั้งสอง  โพกพาย  เสมอภาค  สุราครึ่งหนึ่ง  น้ำครึ่งหนึ่ง  ต้มให้กิน  แก้วัณโรคอันชื่อว่า อุรักกะวาต   เกิดขึ้นตามกระดูกสันหลังนั้นหายดีนัก
– เบญจประคำไก่  ใบมะขาม  ใบส้มป่อย  ใบส้มเช้า  เกลือสมุทร  ดีเกลือ  สิ่งละ  ๕  ตำลึง  ต้มให้กินถ่ายฝีอันชื่อว่า อุรักกะวาต   นั้นหายดีนัก
– จันทน์ทั้งสอง  แก่นสน  ผลกระดอม  บอระเพ็ด  แห้วหมู  สันพร้านางแอ  ข่าอ่อน  ไพลอ่อน  ดอกพิกุล  ดอกมะลิ  เกสรบุนนาค  เกสรสารภี   เกสรบัวหลวง  เสมอภาค  ทำเป็นจุลทำแท่งไว้  ละลายน้ำซาวข้าวทั้งกินทั้งชโลม แก้พิษฝีอันชื่อว่า  อุรักกะวาต นั้นหายดีนัก

๑๘.  ฝีสุนทรวาต (สุทวาต) : บังเกิดขึ้นในต้นขั้วกระเพาะปัสสาวะข้างใน  เหตุด้วยแม่ทรางอันขึ้นประจำอยู่ในกระเพาะเบานั้น  อันแพทย์รักษาไปมิได้หายสนิทแต่ยังเป็นกุมารอยู่นั้น  ครั้นเจริญใหญ่ขึ้น  วาโยซึ่งพัดขับปัสสาวะนั้นพัดมิได้สะดวก จึงตั้งเป็นยอดขึ้น  บางทีเป็นด้วยลมกระทบฟกช้ำและบวมขึ้น  วัณโรคจึงบังเกิดเป็นต้น  วัณโรคอันนี้บังเกิดแต่กองปถวี  วาโยระคนกัน มีประเภทกระทำนั้นต่างๆ  บางทีฟกบวมออกมาจนภายนอกแข็งเป็นดานตามฝีเย็บ  มักให้ปวดเป็นกำลัง  ให้ปัสสาวะหยดย้อย  บางทีเป็นหนองและโลหิตไหลออกมาทางช่องปัสสาวะ  บางทีก็แดงออกมาภายนอกดุจผลมะไฟ  แล้วแตกออกเป็นหนองและโลหิตก็มี  บางทีน้ำปัสสาวะเดินทางช่องแผลก็มี  บางทีปัสสาวะ ขัดเข้าเป็นลิ่มเป็นก้อนก็มี                                              วัณโรคนี้เป็นอสาทยโรค  รักษายากนัก
ยาแก้ฝีสุนทรวาต
                    – ชุมเห็ดทั้งห้า  เบญจเหล็ก  บานไม่รู้โรยทั้งห้า  คัดเค้าทั้งห้า  รากลำเจียก  รากหญ้าคา  เถาวัลย์เปรียง  ยาข้าวเย็นทั้งสอง  แก่นแสมทั้งสอง  เสมอภาค  ต้มกิน  แก้วัณโรคอันชื่อว่าสุทวาต  อันบังเกิดในขั้วกระเพาะเบา   หายดีนัก
– ยาพอก   ใบคนทา  ขมิ้นอ้อย  ใบฝ้ายแดง  ข้าวสุกเผา  เสมอภาค บดด้วยสุราพอก

๑๙.  ฝีดาวดาษฟ้า : บังเกิดขึ้นด้วยกองอาโปธาตุ  คือ  น้ำลาย  น้ำเสมหะ  น้ำโลหิต  น้ำโลหิตทั้ง  ๓  นี้ พิการระคนกันเข้า  จึงบังเกิดเม็ดยอดขึ้นภายในทั่วทั้งตับ  ปอด  หัวใจ  ไส้น้อยไส้ใหญ่ทั้งปวง  จะมีกำหนดนั้นหามิได้ แล้ววัณโรคอันนี้เกิดเป็นอุปปาติกะวัณณะบังเกิดด้วยอาโปธาตุ  จะตั้งขึ้นที่ใดก็ให้เจ็บที่นั้นดุจไม้ยอกและหอกปัก  ถ้ามิฉะนั้นดุจตะขาบแมลงป่องขบกัด  จะฟกบวมขึ้นมาภายนอกนั้นหามิได้  มีประเภทกระทำให้จับเชื่อมมัว  สะบัดร้อนสะบัดหนาว  ผอมเหลือง ถ้าแก่เข้าให้จุกแน่นหน้าอก  ให้อาเจียนแต่น้ำลายเหนียว  ให้หอบ ให้สะอึก ให้บวมเท้าให้ลงเป็นหนองและโลหิตเน่า  ให้ปวดมวนเป็นกำลัง  เป็นอสาทยโรค  รักษายากนัก
ยาแก้ฝีดาวดาษฟ้า
                    – โคนไม้รวก  โคนไม้เท้าฤๅษี  โคนไม้ไผ่ป่า  ยาข้าวเย็นทั้งสอง  ขมิ้นอ้อย  ขมิ้นชัน  กระเพราแดง  แก่นแสมทั้งสอง  แก่นขี้เหล็ก  สิ่งละ  ๔  ตำลึง  ต้มให้กินตามกำลัง  แก้วัณโรคอันชื่อว่า ดาวดาษฟ้า  หายดีนัก
– ยาข้าวเย็นทั้งสอง  สมอทั้งสอง  เปลือกตะเคียน  เปลือกขี้อ้ายนา  เปลือกฝิ่นต้น  สิ่งละ  ๒  ตำลึง  ๒  บาท ต้มให้กิน แก้วัณโรคอันชื่อว่า ดาวดาษฟ้า ซึ่งยอดแตกออกไปแล้วนั้นหายดีนักหายดีนัก
– ชุมเห็ดเทศทั้งห้า  ใบมะกา  ข่าหลวง  ใบส้มเสี้ยว  มูลเหล็ก  สิ่งละ  ๕  ตำลึง  ต้มให้กินตามกำลังรุบุพโพวัณโรคอันชื่อว่า ดาวดาษฟ้านั้น  หายดีนัก

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

Tag Cloud

%d bloggers like this: