อ.ประสิทธิ์ คงทรัพย์ /ร.ร. สิริภัจจ์ การแพทย์แผนไทย

มะกล่ำตาหนู

   จัดอยู่ในฐานข้อมูลพืชพิษที่มี   ชื่อวิทยาศาสตร์ Abrus precatorius  L.    อยู่ในวงศ์ PAPILIONACEAE  มีชื่อเรียก
ตามท้องถิ่นต่าง ๆ ว่า     กล่ำเครือ    กล่ำตาไก่ มะกล่ำเครือ มะกล่ำแดง
มะแด๊ก ( เชียงใหม่ )       เกมกรอม ( สุรินทร์ )    ชะเอมเทศ      ตากล่ำ
มะกล่ำตาหนู    ( กรุงเทพ )    มะขามไฟ    ตาดำตาแดง    ไม้ไฟ ( ตรัง )
ลักษณะเป็นไม้เถาเลื้อย      มีใบออกเป็นรูปขนนก       กิ่งย่อยมีใบเล็กๆ
ออกเป็นคู่มีใบย่อย  8- 15  คู่ ขอบใบเรียบ ดอกคล้ายดอกถั่ว ออกเป็นช่อ
ตามง่ามใบ กลีบดอกมีหลายสี เช่น ม่วง แดง ชมพู หรือขาว กลีบรองดอก
สีเขียว ผลเป็นฝักเวียนคล้ายถั่วลันเตา มีรอยคอดชัดเจน ฝักอ่อนมีสีเขียว
จะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเมื่อแก่และแตกออก ภายในมี 4 – 8 เมล็ด เมล็ดกลมรียาวขนาด 6 – 8 มิลลิเมตร สีแดงสด มีขั้ว
สีดำเห็นชัดเจน ผิวเรียบเป็นมันแข็ง     เป็นพืชที่ขึ้นได้ทั่วไปบริเวณประเทศในที่มีอากาศร้อน แถบเส้นศูนย์สูตร เมล็ด
และรากเป็นพิษ

            สารพิษ ที่พบ เมล็ดมะกล่ำตาหนูมีสารพิษ abrin , abrulin ซึ่งสาร abrin เป็นโปรตีนที่เป็นพิษมาก หากเคี้ยว
หรือกินเข้าไป สารพิษจะไปทำลายเม็ดเลือดแดง ระบบทางเดินอาหาร และไต อย่างไรก็ดีสาร  abrin นี้เมื่อถูกความร้อน
จะสลายตัวง่าย แต่คงทนอยู่ในทางเดินอาหาร ขนาดเพียง 0.01 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม หรือกินเพียง 1 เมล็ด
ก็ทำให้เสียชีวิตได้    หากสารพิษถูก   ผิวหนังอาจทำให้เกิดผื่นคัน   หากถูกตาจะทำให้เกิดอาการระคายเคืองและอาจถึง
กับตาบอดได้

            การเกิดพิษ จะมีอาการภายใน  3  ชั่วโมง  ถึง  2  วัน  ภายหลังกิน  abrin   มีฤทธิ์ระคายเคือง  ต่อเยื่อเมือก ในระยะแรกจะมีอาการของระบบทางเดินอาหาร ได้แก่ อาเจียน ท้องเสีย ปวดท้อง   กระเพาะลำไส้อักเสบ  ช่องท้องบวม
เส้นเลือดฝอยถูกทำลาย     ในรายที่มีอาการรุนแรงอาจมีอาเจียนเป็นเลือด       ถ่ายอุจจาระมีมูกเลือด และช็อกจากการ
เสียเลือด      (hypovolemia)     ได้     ระยะต่อมา    ประมาณ     2-3 วัน ผู้ป่วยจะเริ่มมีอาการทางระบบอื่น   เช่น  ซึม กล้ามเนื้ออ่อนแรง ใจสั่น มือสั่น ผิวหนังแดง ชัก เลือดออกในตา  (retinal haemorrhage)   ตับวาย    ไตวาย   เป็นต้น
ความรุนแรง อาจเกิดมากน้อยแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายด้าน เช่น ขนาดที่รับประทาน สภาวะร่างกาย     และอายุ
ของผู้ได้รับพิษ หากคนไข้ไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง อาจทำให้เสียชีวิตได้

            การรักษา
                  1. การช่วยเหลือเบื้องต้น ในกรณีพึ่งรับประทานเมล็ดไปไม่นานถึง 30 นาที ต้องทำให้ผู้ป่วยอาเจียนเพื่อ
                      เอาเมล็ดหรือชิ้นส่วนของพืชออก  แต่คนไข้ต้องไม่อยู่ในสภาวะที่อาเจียนหรือมีอาการบวมของคอหอย

                  2. ถ้าไม่สามารถทำให้ผู้ป่วยอาเจียนได้  ให้ดื่มนม  หรือ  activated charcoal    เพื่อลดการดูดซึมของสารพิษก่อนนำสู่โรงพยาบาล

                  3. ให้เอาส่วนที่ไม่ถูกดูดซึมออกโดยการล้างท้อง    หรือทำให้อาเจียน    ถ่ายท้อง     รักษาการหมุนเวียนของโลหิตโดยให้  blood transfusion

                  4. ทำให้ปัสสาวะเป็นด่างโดยให้ sodium bicarbonate 5-15 กรัมต่อวันเพื่อป้องกันการตกตะกอนของ
                        hemoglobin or hemoglobin product ในไต 5. ควบคุมการชัก โดยใช้   diazepam

             ข้อควรระวัง : เมล็ดมะกล่ำตาหนูเป็นพืชที่มีเมล็ด สีสัน งดงามสะดุดตา เมล็ดมีพิษที่รุนแรงมาก ถ้าเด็กกินเข้าไปโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ก็อาจเสียชีวิตได้          จำเป็นต้องมีความรู้และความเข้าใจที่ถูกต้อง

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

Tag Cloud

%d bloggers like this: