อ.ประสิทธิ์ คงทรัพย์ /ร.ร. สิริภัจจ์ การแพทย์แผนไทย

ชื่อสมุนไพร พุดผา
ชื่ออื่นๆ ข่อย (สน);มือเสือ (สระบุรี);ข่อยหิน พุดผา สามพันตา (อุบลราชธานี);ปัดหิน ข่อยโคก ข่อยด่าน
ชื่อวิทยาศาสตร์ Gardenia saxatilis Geddes
ชื่อพ้อง
ชื่อวงศ์ Rubiaceae

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
        ไม้พุ่ม ลำต้นตั้งตรง แตกกิ่งก้านมาก กิ่งก้านตั้งฉากกับลำต้น สูง 2-4 เมตร เปลือกต้นสีขาวนวล ใบเดี่ยว เรียงตรงข้ามสลับฉาก รูปวงรีแกมขอบขนานหรือรูปขอบขนานแกมใบหอกกลับ กว้าง 2-4 เซนติมตร ยาว 5-8 เซนติเมตร ปลายใบโค้งกลม แผ่นใบมีขน ผิวใบสากมือ หูใบอยู่ระหว่างก้านใบ ขอบใบเรียบ หลังใบสีเขียวเป็นมัน ดอกเดี่ยว สมบูรณ์เพศ ออกที่ซอกใบหรือปลายกิ่ง กลีบดอกสีขาว เชื่อมติดกันเป็นรูปกรวย กลิ่นหอม ก้านดอก และกลีบเลี้ยงสีเขียว กลีบเลี้ยงมี 6 กลีบ มีขนสีขาว เกสรเพศผู้มี 6 อัน ฐานติดอยู่ด้านในของกลีบดอก เป็นแผ่นเรียว เกสรเพศเมีย รังไข่มี 2 ห้อง ผลสด รูปไข่กลับ เมื่อสุกสีส้ม เมล็ดเดียว หุ้มด้วยเยื่อสีส้ม พบตามลานหินในป่าเต็งรัง ออกดอกราวเดือนเมษายน จัดเป็นพืชหายาก

สรรพคุณ 
หมอยาพื้นบ้านจังหวัดอุบลราชธานี  ใช้  เนื้อไม้ ราก ต้มน้ำดื่ม แก้เบื่อเมา แก้พิษ ช่วยถอนพิษเห็ดเมา เปลือกต้น แช่เหล้าพอท่วม เอาส่วนน้ำทา แก้อัมพาต ปวด ชา ตามแขนขา ลำต้น ต้มน้ำดื่มแก้เบื่อเมา

ที่มา…..http://www.phargarden.com/main.php?action=viewpage&pid=83

 

Advertisements

ชื่อวิทยาศาสตร์ Cissus hastata Miq.
ชื่อวงศ์ VITACEAE
ชื่ออื่น ส้มข้าว (ปัตตานี), ส้มเค้า (หาดใหญ่, คลองหอยโข่ง – สงขลา),
ส้มออบแอบ(ฉวาง,พิปูน- นครศรีธรรมราช), ส้มเสดสา*(ร่อนพิบูลย์-นครศรีธรรมราช)
ย่านส้มออบ, เถาส้มออบ(สุราษฎร์ธานี), ส้มสันดาน (ชลบุรี),
ลักษณะลำต้น เป็นไม้เลื้อยเนื้ออ่อนพันต้นไม้อื่นลักษณะเถาเป็น 4 เหลี่ยม แบ่งเป็นข้อๆ
ลักษณะใบ ใบมีลักษณะเรียว ปลายแหลม โคนใบ เป็นง่าม ขอบใบเรียบ ใบกรอบเกรียม (บางกว่าส้มปูนแต่ใบยาวกว่า)
ลักษณะดอก มีสีชมพู มีกลีบเลี้ยงสีเขียว ออกดอก เป็นช่อเหมือนส้มปูน
ลักษณะผล เป็นช่อคล้ายลูกเถาคันแต่มีขนาดเล็ก เท่าเมล็ดพริกไทย มีผลประมาณ 30-40 เมล็ด
ส่วนที่ใช้เป็นอาหาร ยอด ใบเพสลาดหรือใบแก่

รสชาติ เปรี้ยว
ส่วนที่ใช้ขยายพันธุ์ เมล็ด เถา
พื้นที่ที่เจริญเติบโตได้ดี ชายทุ่ง ที่ราบ
ฤดูกาลที่ให้ผลผลิต ตลอดปี
ส่วนที่เป็นพิษ ไม่มี
ประโยชน์ ใช้ยอด ใบเพสลาด หรือใบแก่ นำมาประกอบอาหารให้มีรสเปรี้ยว ในภาคอีสานนิยมนำมาใช้ใส่แกงเห็ด ต้มไก่ ต้มปลา

ความเชื่อ ไม่มี
สรรพคุณทางสมุนไพร ราก แก้อักเสบเนื่องจากเป็นแผลในกระเพาะ อาหาร ต้มเป็นยาขับพยาธิไส้เดือนสำหรับเด็ก ใบสดตำพอกแก้พิษสุนัขกัด ดับพิษตานซาง ขับพยาธิ
ส่วนที่ใช้ประโยชน์
ใบและยอดอ่อน มีรสเปรี้ยว ใช้เป็นผักแกงส้ม (แกงเหลือง ปักษ์ใต้) หรือนำไปลนไฟ
ตำน้ำพริกได้

หมายเหตุ ของคนโบราณ:
1. ส้มเสดสา* – ความหมายในภาษาไทยถิ่นใต้ คือ ส้มของคนที่ทุกข์ยากลำบาก หรือ
ส้มของคนยากคนจน (คนที่เสดสา)

2. มีพันธุ์ไม้ชนิดหนึ่ง ชาวพิษณุโลก เรียกว่า ส้มอ๊อบแอ๊บ ( Embelia subcoriaea
(C.B.Clarke) Mez. วงศ์ MYRSINACEAE) เป็นพืชในตระกูลไม้ยืนต้นและไม้พุ่ม ขณะ
ที่ ส้มออบแอบของชาวนครศรีธรรมราช เป็นพืชเถาที่เกี่ยวพันต้นไม้อื่น ดังนั้น ส้มอ๊อบ
แอ๊บ ของชาวพิษณุโลก จึงเป็นพันธุ์ไม้ที่ต่างชนิดกันกับ ส้มออบแอบ ของชาวนครศรีฯ
หรือ ส้มเค้า ของชาวสงขลา ต้นส้มอ๊อบแอ๊บ

เปล้าน้อย ไม้ยืนต้นขนาดย่อม  เปล้าน้อย ชื่อวิทยาศาสตร์ Croton fluviatilis Esser[1], Croton stellatopilosus H.Ohba[6], Croton sublyratus Kurz (ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์ Oxydectes sublyrata (Kurz) Kuntze)[2] จัดอยู่ในวงศ์ยางพารา (EUPHORBIACEAE)

 

สมุนไพรเปล้าน้อย มีชื่อเรียกอื่นว่า เปล้าท่าโพ (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) เป็นต้น[1],[2],[3]

เปลือกต้น รสร้อน   สรรพคุณ   ทำให้อาหารงวด ช่วยย่อยอาหาร

ใบ  รสร้อน   สรรพคุณ  แก้คันตามตัว

ผล รสร้อน    สรรพคุณ  ขับหนองให้กระจาย

ราก รสร้อน    สรรพคุณ  แก้ลมขึ้นเบื้องบนให้เป็นปกติ

แก่น รสร้อน   สรรพคุณ   ขับโลหิต แก้ช้ำใน

เปล้าใหญ่   ไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงใหญ่    ปล้าใหญ่ ชื่อวิทยาศาสตร์ Croton persimilis Müll.Arg. (ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์ Croton oblongifolius Roxb., Croton roxburghii N.P.Balakr., Oxydectes oblongifolia Kuntze, Oxydectes persimilis (Müll.Arg.) Kuntze)[1],[2],[3],[4],[5],[8] จัดอยู่ในวงศ์ยางพารา (EUPHORBIACEAE)[1]

ใบ รสร้อนเมาเอียน   สรรพคุณ บำรุงธาตุ

เปลือกต้น และกระพี้ รสร้อนเมาเอียน   สรรพคุณ แก้เลือดร้อน

ผล รสร้อนเมาเอียน   สรรพคุณ ขับโลหิตในเรือนไฟ ขับน้ำคาวปลา

แก่น รสร้อนเมาเอียน    สรรพคุณ ขับเลือด ขับหนองให้ตก ขับพยาธิไส้เดือน

ราก รสร้อนเมาเอียน   สรรพคุณ ขับผายลม

เปล้าน้ำเงิน ไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงใหญ่   เปล้าน้ำเงินเป็นพืชที่มีชื่อพฤกษศาสตร์ว่า Croton cascarilloides Raeusch. ในวงศ์ Euphorbiaceae มีชื่อพ้องเป็น Croton cumingii Muell. Arg. และ Croton pierrei Gagnep. ชาวบ้านบางถิ่นเรียก เปล้าหลังเงิน(ประจวบคีรีขันธ์ เปล้าเงิน(สงขลา) เป้าน้ำเงิน(นครราชสีมา สุราษฎร์ธานี) กะโดนหิน(เลย)

เปลือกต้น แก่น รสขมเย็น   สรรพคุณ  บำรุงโลหิตสตรีให้สมบูรณ์

เปลือก ลูก ราก รสขมเย็น   สรรพคุณ  แก้ไข้ แก้ร้อนในกระหายน้ำ

This gallery contains 6 photos.

วันนี้ วันที่ ๒ ส.ค. ๖๑ มีผู้ป่วย สองรายที่ไปพบอาจารย์ โรคที่คล้ายกัน รายที่๑ มีอาการ ขาไม่มีแรง เดินไม่ได้เลย ๑ราย อายุ ๕๐ กว่าปี ชายไทย เป็นมา ๓ ปี ขาอ่อนแรง จากผล MRI พบว่ามี หมอนรองกระดูกคอเคลื่อนทับไขสันหลังระดับคอ ทางการแพทย์เราเรียกโรคนี้ว่า cervical myelopathy เนื่องจากผู้ป่วยอุบัติเหตุมอร์เตอร์ไซค์ ประกอบมีอาชีพที่ค้าขาย ต้องทำงานหนักในช่วงก่อนป่วย โรคนี้จะมีอาการขาอ่อนแรง บางครั้งมีอาการเกร็ง กระตุก เป็นบางครั้ง นอกจากนี้แขนก็มีอาการชา แต่ยังไม่อ่อนแรง ผู้ป่วยใช้ชีวิตลำบาก ระบบขับถ่ายควบคุมไม่ได้ รายที่๒ ชายไทย อายุ ๔๐ กว่าปี มาด้วยอาการนอนไม่ได้เพราะรู้สึกปวดคอ หนุนหมอนแล้วยิ่งรู้สึกปวด นอนไม่หลับแขนชาทั้งสองข้าง การขับถ่ายปัสสาวะ และอุจจาระเริ่มรู้สึกลำบาก ควบคุมไม่ได้เหมือนปกติ จากการซักประวัติและตรวจร่างกาย และดูผล MRI พบ หมอนรองกระดูกคอ ยื่นไปทับไขสันหลังบริเวณคอ ผู้ป่วยที่๒ นี้ยังเดินได้ปกติ ยังไม่มีอาการอ่อนแรง ขาหรือแขน แต่บางครั้งก็เริ่มรู้มีอาการชา ที่มือและแขน อาชีพเดิมก็ทำงาน เกี่ยวกับไร่สวน ต้องขับรถไถ สรุปแล้วทั้งสองรายนี้เกิดจากหมอนรองกระดูกยื่นทับไขสันหลัง รายที่๑ แพทย์ไม่กล้าผ่าตัดให้เพราะมีความเสี่ยง รายที่สองเคยจะได้รับการผ่าตัดเมื่อ ๕ ปีก่อน แต่อาการก็ทุเลา และดีขึ้น จึงไม่ได้รับการผ่าตัด ผ่านมา ๕ปี อาการที่เกียวกับระบบประสาทเริ่มกลับมาอีก รายนี้อาจารย์ต้องคำแนะนำ ว่าต้องไปตรวจเพื่อรับการผ่าตัด เพราะหากทิ้งไว้ก็อาจมีอาการรุนแรง เหมือนรายที่๑ ที่อาจเดินไม่ได้ ฝากเตือนทุกคนที่ต้องทำงานหนัก ใช้คอในการรับน้ำหนัก ยกของหนัก หรือเล่นกีฬาบางชนิดที่ใช้ความรุนแรง อาจมีผลทำให้หมอนรองกระดูกคอเสื่อมและแตกยื่นไปทับไขสันหลังได้ในอนาคต เป็นโรคที่รักษายาก (อสาทิยะโรค) การป้องกัน คือสิ่งที่ดีที่สุด

This gallery contains 6 photos.

6. ชนิดของความเจ็บปวด
6.1 ความปวดเฉียบพลันและความปวดเรื้อรัง
1)ความปวดเฉียบพลัน คือ ความปวดที่เกิดในระยะสั้น มีปัญหาไม่นานขึ้นกับการบาดเจ็บและพยาธิโรค
2)ความปวดเรื้อรัง คือ ความปวดที่เป็นมานาน โดยมีสมุฏฐานโรคแตกต่างจากความปวดเฉียบพลัน ควรมีอาการไม่น้อยกว่า 6เดือน
การเก็บข้อมูลมักแบ่งเป็นเวลาเป็นระยะ เช่น น้อยกว่า 1เดือน ,1-6 เดือน หรือมากกว่า 6เดือน
6.2 ความปวดเล็กน้อย ปานกลาง และมาก (ระดับความปวด)
เนื่องจากความปวดเป็นอาการหรือความรู้สึกเฉพาะตัว จึงต้องสอบถามจากผู้ป่วย ซึ่งมีอยู่ 2วิธี
1) สัมภาษณ์ผู้ป่วยโดยตรง ให้ผู้ป่วยเป็นคนกำหนดน้อย ปานกลาง หรือมาก ด้วยตนเอง
2) ใช้มาตรวัดความเจ็บปวด ที่เป็นคะแนน 10คะแนน
0 = ไม่ปวด น้อยกว่า5 = ปวดเล็กน้อย – ปานกลาง 5 = ปวดปานกลาง
มากกว่า5 = ปวดปานกลาง – รุนแรง มากกว่า8 = ปวดรุนแรง 10 = ปวดรุนแรงที่สุด
6.3 ความปวดจากทางจิต ความปวดทางกาย และความปวดทางระบบประสาท
เป็นการแบ่งชนิดความปวดตามพยาธิ สรีระ หรือกลไก มี3กลุ่ม ดังนี้
1) ความปวดทางจิต
2) ความปวดทางกาย
2.1) ความปวดอวัยวะภายใน
2.2) ความปวดทางกายภาพภายนอก
3) ความปวดทางระบบประสาท
3.1) ระบบประสาทส่วนกลาง
3.2) ระบบประสาทส่วนปลาย
3.3) ทั้งส่วนกลางและส่วนปลาย
6.4 ความปวดตามรูปแบบและเวลา
อาจแบ่งตามระยะเวลาที่มีอาการได้ 3ชนิดคือ
1) อาการปวดระหว่างมื้อยา หมายถึง ภาวะที่มีอาการปวดรุนแรงขึ้นมาเป็นช่วงๆ ในขณะที่ผู้ป่วยได้รับการรักษาด้วยยาระงับปวดตามกาลเวลา
2) อาการปวดเป็นพักๆ
3) อาการปวดตลอดเวลา
4) อาการปวดเมื่อทำกิจกรรมบางประเภท

6.5 ความปวดบางชนิดและระยะของโรค
ดังนั้น การซักประวัติและตรวจร่างกายจึงควรซักอาการปวดให้ชัดเจน ดังหัวข้อต่อไปนี้
1) ลักษณะอาการปวด
1.1) ตำแหน่งที่ปวด : เป็นข้างเดียวหรือสองข้าง เป็นที่เดียวหรือหลายที่
1.2) ปวดเฉียบพลันหรืเรื้อรัง :ระยะเวลาที่เป็น (ต่ำกว่า1เดือน ,1-6เดือน, มากกว่า6เดือน)
1.3) ระดับความปวด : ปวดน้อย ปวดปานกลาง ปวดมาก
1.4) ช่วงเวลาที่ปวด : เช้า กลางวัน เย็น หรือทั้งวัน ปวดเมื่อทำกิจกรรม ฯลฯ
2) ลักษณะการปวด
2.1) ปวดทางจิต :ไม่ทราบสาเหตุ ไม่มีอาการที่ตายตัว
2.2) ปวดทางกาย : ปวดอวัยวะภายใน ปวดทางกายภาพภายนอก
2.3) ระบบประสาท : ส่วนกลาง ส่วนปลาย รวมทั้งสองชนิด
3) สิ่งที่ทำให้การปวดดีขึ้น หรือ เลวลง

Tag Cloud