อ.ประสิทธิ์ คงทรัพย์ /ร.ร. สิริภัจจ์ การแพทย์แผนไทย

Posts tagged ‘เภสัชกรรมไทย’

Video

เปรียบเทียบ ประกาศยาสามัญประจำบ้าน ฉบับ ๒๕๔๒ กับ ๒๕๕๖ ตอน ๔

เปรียบเทียบ ประกาศยาสามัญประจำบ้าน ฉบับ ๒๕๔๒ กับ ๒๕๕๖ ตอน ๔ โดย อ..ประสิทธิ์
คงทรัพย์ siripatclinic@gmail.com /http://www.siripatthaimedonlineschool.com
/โทร.087-1639644 บริการตรวจรักษา นวดบำบัด นวดจัดกระดูก เปิดสอนหลักสูตรแพทย์แผนไทย ทุกประเภท เปิดสอนหลักสูตร นวดบำบัด นวดจัดกระดูก

Video

เปรียบเทียบ ประกาศยาสามัญประจำบ้าน ฉบับ ๒๕๔๒ กับ ๒๕๕๖ ตอน ๓

เปรียบเทียบ ประกาศยาสามัญประจำบ้าน ฉบับ ๒๕๔๒ กับ ๒๕๕๖ ตอน ๓ โดย อ..ประสิทธิ์
คงทรัพย์ siripatclinic@gmail.com /http://www.siripatthaimedonlineschool.com
/โทร.087-1639644 บริการตรวจรักษา นวดบำบัด นวดจัดกระดูก เปิดสอนหลักสูตรแพทย์แผนไทย ทุกประเภท เปิดสอนหลักสูตร นวดบำบัด นวดจัดกระดูก

Video

เปรียบเทียบ ประกาศยาสามัญประจำบ้าน ฉบับ ๒๕๔๒ กับ ๒๕๕๖ ตอน ๒

เปรียบเทียบ ประกาศยาสามัญประจำบ้าน ฉบับ ๒๕๔๒ กับ ๒๕๕๖ ตอน ๒ โดย อ..ประสิทธิ์
คงทรัพย์ siripatclinic@gmail.com /http://www.siripatthaimedonlineschool.com
/โทร.087-1639644 บริการตรวจรักษา นวดบำบัด นวดจัดกระดูก เปิดสอนหลักสูตรแพทย์แผนไทย ทุกประเภท เปิดสอนหลักสูตร นวดบำบัด นวดจัดกระดูก

Video

เปรียบเทียบ ประกาศยาสามัญประจำบ้าน ฉบับ ๒๕๔๒ กับ ๒๕๕๖ ตอน ๑

เปรียบเทียบ ประกาศยาสามัญประจำบ้าน ฉบับ ๒๕๔๒ กับ ๒๕๕๖ ตอน ๑ โดย อ..ประสิทธิ์
คงทรัพย์ siripatclinic@gmail.com /http://www.siripatthaimedonlineschool.com
/โทร.087-1639644 บริการตรวจรักษา นวดบำบัด นวดจัดกระดูก เปิดสอนหลักสูตรแพทย์แผนไทย ทุกประเภท เปิดสอนหลักสูตร นวดบำบัด นวดจัดกระดูก

Video

บรรยาย สรุป ประกาศ ยาสามัญประจำบ้านแผนโบราณ ๒๕๕๖ ตอน ๒

บรรยาย สรุป ประกาศ ยาสามัญประจำบ้านแผนโบราณ ๒๕๕๖ ตอน ๒ โดย อ..ประสิทธิ์ คงทรัพย์ siripatclinic@gmail.com /http://www.siripatthaimedonlineschool.com /โทร.087-1639644
บริการตรวจรักษา นวดบำบัด นวดจัดกระดูก เปิดสอนหลักสูตรแพทย์แผนไทย ทุกประเภท
เปิดสอนหลักสูตร นวดบำบัด นวดจัดกระดูก

Video

บรรยาย สรุป ประกาศ ยาสามัญประจำบ้านแผนโบราณ ๒๕๕๖ ตอน ๑

บรรยาย สรุป ประกาศ ยาสามัญประจำบ้านแผนโบราณ ๒๕๕๖ ตอน ๑ โดย อ..ประสิทธิ์ คงทรัพย์ siripatclinic@gmail.com /http://www.siripatthaimedonlineschool.com /โทร.087-1639644
บริการตรวจรักษา นวดบำบัด นวดจัดกระดูก เปิดสอนหลักสูตรแพทย์แผนไทย ทุกประเภท
เปิดสอนหลักสูตร นวดบำบัด นวดจัดกระดูก

แบบทดสอบเรื่อง คณาเภสัช

แบบทดสอบเรื่อง  คณาเภสัช

จงเลือกคำตอบที่ถูกต้องเพียงข้อเดียวเท่านั้น

๑. ข้อใดเป็นจุลพิกัดที่ต่างกันที่ขนาดทั้งหมด

               ๑. ส้มกุ้งทั้ง ๒, กระดูกไก่ทั้ง ๒, เกลือทั้ง ๒, กระท้อนทั้ง ๒

               ๒. ตับเต่าทั้ง ๒, หัวกระดาดทั้ง ๒, มะปรางทั้ง ๒, ผักปอดทั้ง ๒

               ๓. ข่าทั้ง ๒, กระพังโหมทั้ง ๒, เปล้าทั้ง ๒, เร่วทั้ง ๒

               ๔. ศิลายอนทั้ง ๒, หมากทั้ง ๒, มะยมทั้ง ๒, ข้าวเย็นทั้ง ๒

๒. “ละหุ่งทั้ง ๒” เป็นจุลพิกัดต่างกันที่อะไร

               ๑. ต่างกันที่สี                         ๒. ต่างกันที่รส

               ๓. ต่างกันที่ขนาด                  ๔. ต่างกันที่ชนิด

๓.การจำกัดตัวยาหลายสิ่ง รวมเรียกชื่อเป็นชื่อเดียวกัน แต่ตัวยาแต่ละอย่างไม่เท่ากัน คือมีน้ำหนัก

               ไม่เท่ากัน เพราะเหตุว่าท่านสงเคราะห์เอาไปแก้ตามสมุฏฐานต่าง ๆ ที่กล่าวมานี้เป็นคำจำกัด-

               ความของอะไร

               ๑. จุลพิกัด                                           ๒. พิกัดยา

               ๓. มหาพิกัด                                         ๔. มหาพิกัด

๔. ข้อใดกล่าวถึงพิกัดยาได้ถูกต้อง

               ๑. พิกัดยา              ๒ สิ่ง มี    ๓     พิกัด

               ๒. พิกัดยา              ๕ สิ่ง มี    ๑๘  พิกัด

               ๓. พิกัดยา              ๗ สิ่ง มี    ๕     พิกัด

               ๔. พิกัดยา              ๙ สิ่ง มี    ๗     พิกัด

๕. การจำกัดจำนวนตัวยาที่มีกลิ่นหอม ๓ อย่างในยา ๒ สิ่ง คือความหมายของพิกัดอะไร

               ๑. พิกัดตรีสุคนธ์                   ๒. พิกัดทเวคันธา

               ๓. พิกัดทเวติคันธา                ๔. พิกัดตรีคันธวาต

๖. ตัวยาในพิกัดใดที่มีสรรพคุณ “แก้ปิตตะวาตะ เสมหะในกองธาตุ ฤดู อายุ และกองสมุฏฐาน”

               ๑. พิกัดตรีผลา                      ๒. พิกัดตรีกฎุก

               ๓. พิกัดตรีสาร                       ๔. พิกัดตรีสุคนธ์

๗. ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับพิกัดตรี

               ๑. เหง้าขิงแห้ง, เมล็ดพริกไทย, ดอกดีปลี

               ๒. ลูกกระวาน, รากอบเชยเทศ, รากพิมเสนต้น

               ๓. รากมะตูม, เทียนขาว, น้ำตาลกรวด

               ๔. รากว่านหางจระเข้, ฝักราชพฤกษ์, รงทอง

๘. พิกัดยาใดมีสรรพคุณ “แก้ร้อนในกระหายน้ำ, แก้พิษไข้พิษฝี, แก้ดีพิการ, แก้นิ่ว,

               ขับปัสสาวะ”

               ๑. รากมะกอก, รากกล้วยตีบ, รากกะดอม

               ๒. รากมะตูม, เทียนขาว, น้ำตาลกรวด

               ๓. เมล็ดโหระพา, ลูกกระวาน, ลูกราชดัด

               ๔. โกฐกระดูก, กระลำพัก, ขอนดอก

๙. การจำกัดจำนวนตัวยาที่ทำให้มีความสุขเป็นที่ตั้ง ๓ อย่าง เป็นความหมายของพิกัดยาใด

               ๑. พิกัดตรีผลสมุฏฐาน          ๒. พิกัดตรีสุขคติสมุฏฐาน

               ๓. พิกัดตรีพิษจักร                 ๔. พิกัดตรีกาฬพิษ

๑๐. พิกัดตรีโลหิตะพละ คือข้อใด

               ๑. ผลดีปลี, รากกะเพราะ, รากพริกไทย

               ๒. สมุลแว้ง, เนื้อไม้, เทพทาโร

               ๓. ดอกจันทน์, กระวาน, อบเชย

               ๔. ลูกเร่วใหญ่, ลูกจันทน์เทศ, ดอกกานพลู

๑๑. การจำกัดจำนวนตระกูลยา (เครื่องยา) ที่มีรสร้อน ๕ อย่าง คือ

               ๑. น้ำนมสด, น้ำนมส้ม, น้ำอ้อย, น้ำผึ้ง, น้ำมันเนย

               ๒. ดอกดีปลี, รากช้าพลู, เถาสะค้าน, รากเจตมูลเพลิง, เหง้าขิงแห้ง

               ๓. หัวกกลังกา, หัวเต่าเกลียด, หัวแห้วหมู, หัวหญ้าชันกาด, หัวเปราะ

               ๔. หญ้าเกล็ดหอยน้อย, หญ้าเกล็ดหอยใหญ่, รากละหุ่งแดง, รากมะเขือขื่น, รากมะอึก

๑๒. รากมะตูม, รากลำไย, รากเพกา, รากแคแตร, รากคัดลิ้น หมายถึงพิกัดอะไร

               ๑. เบญจมูลน้อย                   ๒. เบญจมูลใหญ่

               ๓. เบญจโลกวิเชียร                              ๔. เบญจโลธิกะ

๑๓. พิกัดยาที่มีสรรพคุณใช้กระทุ้งพิษไข้หรือถอนพิษต่าง ๆ แก้ไข้ต้นมือ แก้ไข้พิษ ไข้กาฬ

                ไข้หัว แก้ไข้เพื่อดีและโลหิต คือข้อใด

               ๑. เบญจโลธิกะ                     ๒. เบญจจันทน์

               ๓. เบญจโลกวิเชียร                              ๔. เบญจมูลใหญ่

๑๔. พิกัดตานทั้ง ๕ มีความหมายว่าอย่างไร

               ๑. การจำกัดจำนวนตัวยาที่ชื่อว่าตาน ๕ อย่าง

               ๒. การจำกัดจำนวนของรากตาล ๕ อย่าง

               ๓. การจำกัดจำนวนตัวยาที่แก้โรคตาน ๕ อย่าง

               ๔. การจำกัดจำนวนตัวยาที่มีคุณแก้ตาน ๕ อย่าง

 

๑๕. ข้อใดไม่จัดอยู่ในพิกัดดีทั้ง ๕

               ๑. ดีหมาป่า                          ๒. ดีหมูป่า

               ๓. ดีวัวป่า                             ๔. ดีจระเข้

๑๖. พิกัดเหล็กทั้ง ๕ มีสรรพคุณรวมอย่างไร

               ๑. แก้พรรดึก, แก้ท้องมาน, แก้เสมหะ, แก้บิดมูกเลือด, ชำระเมือกมันในลำไส้

               ๒. แก้พิษสัตว์, ทำให้อาเจียน, ขับลม, ขับระดูสตรี, ขับโลหิตช้า ๆ

               ๓. แก้พิษโลหิตทั้งบุรุษและสตรี บำรุงกำลังให้แข็งแรง แก้กระษัย

               ๔. แก้โรคดี, เสมหะและลมที่เป็นพิษ แก้ริดสีดวง ทำลายพยาธิ

๑๗. ข้อใดไม่จัดอยู่ในบัวทั้ง ๕

               ๑. บัวสัตตบงกชแดง                            ๒. บัวลินจง

               ๓. บัวนิลอุบล                        ๔. บัวจงกลนี

๑๘. ข้อใดไม่จัดอยู่ในพิกัดเนาวหอย

               ๑. เปลือกหอยกาบ, เปลือกหอยนางรม, เปลือกหอยโข่ง

               ๒. เปลือกหอยนางรม, เปลือกหอยขม, เปลือกหอยมุก

               ๓. เปลือกหอยพิมพการัง, เปลือกหอยตาวัว, เปลือกหอยแครง

               ๕. เปลือกหอยจุ๊บแจง, เปลือกหอยมุก, เปลือกหอยแครง

๑๙. ข้อใดไม่จัดอยู่ในพิกัดสัตตะโลหะ

               ๑. เนื้อไม้ขันทองพยาบาท     ๒. รากฟักทอง

               ๓. รากต้นใบทอง                   ๔. รากทองพันชั่ง

๒๐. ข้อใดไม่จัดอยู่ในพิกัดเนาวเขี้ยว

               ๑. เขี้ยววัวป่า                        ๒. เขี้ยวช้าง

               ๓. เขี้ยวหมาป่า                     ๔. เขี้ยวหมูป่า

๒๑. โกฐชฎามังสี มีรสและสรรพคุณอย่างไร

               ๑. รสฝาด สรรพคุณ แก้บิดมูกเลือด, แก้โรคอุจจาระธาตุพิการ, สมานบาดแผล

               ๒. รสฝาดเมา สรรพคุณ ฆ่าพยาธิ, แก้ไส้ด้วน, แก้ไส้ลาม, ขับโลหิต

               ๓. แก้ไข้, แก้หอบ, แก้เสมหะ

               ๔. แก้โรคในปากคอ, แก้หอบ, แก้ลมในกองธาตุ

๒๒. รากจำปาทอง จัดอยู่ในพิกัดใด

               ๑. เบญจโลหะ                       ๒. สัตตะโลหะ

               ๓. เนาวโลหะ                        ๔. ทศโลหะ

๒๓. “พิกัดทศมูลใหญ่” มีความหมายว่าอย่างไร

               ๑. การกำหนดจำนวนรากไม้ ๑๐ อย่าง

               ๒. การจำกัดจำนวนตัวยาที่มีคุณ ๑๐ อย่าง

               ๓. การจำกัดจำนวนตัวยาที่มีตระกูล ๑๐ อย่าง

               ๔. การจำกัดจำนวนตัวยาที่แก้เมือกมันและเสมหะมีกลิ่น ๑๐ อย่าง

๒๔. ข้อใดไม่จัดอยู่ในพิกัดทศกุลาผล

               ๑. ลูกผักชีทั้ง ๒                     ๒. อบเชยทั้ง ๒

               ๓. กระวานทั้ง ๒                    ๔. ลำพันทั้ง ๒

๒๕. “แก้ลมอัมพาต อิดโรย บำรุงธาตุ บำรุงหัวใจ เจริญอาหาร ขับน้ำย่อย กระตุ้นประสาท

               ส่วนกลาง” เป็นสรรพคุณของเภสัชวัตถุใด

               ๑. โกฐกรักกรา                      ๒. โกฐกะกลิ้ง

               ๓. โกฐน้ำเต้า                        ๔. โกฐชฎามังสี

๒๖. เกลือชนิดใดไม่จัดอยู่ในพิกัดเกลือพิเศษ

               ๑. เกลือสมุทร                       ๒. เกลือสุนจาระ

               ๓. เกลือสุวษา                       ๔. เกลือสินเธาว์

๒๗. พิกัดยาในข้อใดมีสรรพคุณ “แก้ไข้อันบังเกิดแก่ธาตุทั้ง ๔”

               ๑. เกลือพิเศษ                       ๒. บัวพิเศษ

               ๓. โกฐพิเศษ                         ๔. เทียนพิเศษ

๒๘. ตัวยาชนิดใดที่ไม่จัดอยู่ในพิกัดทศมูลใหญ่

               ๑. รากเพกา                                         ๒. รากแคแตร

               ๓. รากนมสวรรค์                   ๔. รากลำไย

๒๙. ถ้าเป็นโรคริดสีดวงทวาร ควรเลือกใช้ยาพิกัดใด

               ๑. เกลือพิเศษ                       ๒. โกฐพิเศษ

               ๓. เทียนพิเศษ                       ๔. บัวพิเศษ

๓๐. พิกัดยาในข้อใดมีสรรพคุณ “ดับพิษในกระดูก ในข้อและเส้นเอ็น”

               ๑. เกสรทั้ง ๙                         ๒. เทียนทั้ง ๙

               ๓. เขี้ยวทั้ง ๙                         ๔. โกฐทั้ง ๙

๓๑. ตัวยาใดมีสรรพคุณ “แก้ลมครรภ์รักษา”

               ๑. เทียนเกล็ดหอย                 ๒. เทียนสัตตบุษย์

               ๓. เทียนข้าวเปลือก                              ๔. เทียนตาตั๊กแตน

๓๒. ตัวยาใดมีสรรพคุณ “แก้ลมในกองริดสีดวง”

               ๑. โกฐสอ                                             ๒. โกศเขมา

               ๓. โกฐหัวบัว                         ๔. โกฐเชียง

๓๓. “โรคกระษัย ไตพิการ” ควรใช้ตัวยาในพิกัดใดรักษา

               ๑. เกสรทั้ง ๙                         ๒. เทียนทั้ง ๙

               ๓. โกฐทั้ง ๙                                         ๔. เนาวหอย

๓๔. ตัวยาใดเป็นตัวยาประจำกองปิตตะสมุฏฐานทั้งหมด

               ๑. ลูกสมอพิเภก, เหง้าขิงแห้ง, รากเจตมูลเพลิง

               ๒. ลูกสมอไทย, เมล็ดพริกไทย, เถาสะค้าน

               ๓. ลูกมะขามป้อม, ผลดีปลี, รากช้าพลู

               ๔. ลูกมะขามป้อม, เมล็ดพริกไทย, รากเจตมูลเพลิง

๓๕. ในวสันตฤดู ถ้าจะแก้วาตะสมุฏฐาน จะใช้ตัวยาอย่างไร

               ๑. เมล็ดพริกไทย ๑๒ ส่วน, ดอกดีปลี ๘ ส่วน, เหง้าขิงแห้ง ๔ ส่วน

               ๒. ดอกดีปลี ๑๒ ส่วน, เมล็ดพริกไทย ๘ ส่วน, เหง้าขิงแห้ง ๔ ส่วน

               ๓. เหง้าขิง ๑๒ ส่วน, เมล็ดพริกไทย ๘ ส่วน, ผลดีปลี ๔ ส่วน

               ๔. ไม่มีข้อใดถูก

๓๖. ในเหมันตฤดู ถ้าจะแก้เสมหะสมุฏฐานจะต้องใช้ยาอะไร

               ๑. ลูกมะขามป้อม ๑๒ ส่วน, ลูกสมอพิเภก ๘ ส่วน, ลูกสมอไทย ๔ ส่วน

               ๒. ผลดีปลี ๑๒ ส่วน, เหง้าขิงแห้ง ๘ ส่วน, เมล็ดพริกไทย ๔ ส่วน

               ๓. รากช้าพลู ๑๒ ส่วน, รากเจตมูลเพลิง ๘ ส่วน, เถาสะค้าน ๔ ส่วน

               ๔. เถาสะค้าน ๑๒ ส่วน, รากช้าพลู ๘ ส่วน, รากเจตมูลเพลิง ๔ ส่วน

๓๗. มหาพิกัดเบญจกูล มีสรรพคุณอย่างไร

               ๑. บำรุงธาตุ                                         ๒. แก้ธาตุทั้ง ๔ ให้บริบูรณ์

               ๓. แก้ธาตุทั้งปวงให้บริบูรณ์   ๔. แก้ในกองอภิญญาณธาตุ

๓๘. มหาพิกัดเบญจกูล ตัวยาอะไรมีน้ำหนักน้อยที่สุด

               ๑. รากเจตมูลเพลิง                ๒. เหง้าขิงแห้ง

               ๓. ผลดีปลี                                            ๔. เถาสะค้าน

๓๙. ธาตุที่สำแดงให้รู้ดุจผีสิงที่ทำให้อุจจาระเป็นสีต่าง ๆ

               ๑. กองอสุริญธัญญาณธาตุ   ๒. กองอภิญญาณธาตุ

               ๓. กองจตุกาลเตโช                              ๔. กองฉกาลวาโย

๔๐. ตัวยาในพิกัดใดที่ใช้แก้ “ธาตุที่สำแดงให้รู้ดุจผีสิง ให้ระส่ำระสายในกองธาตุทั้ง ๔ ทำให้

                 อุจจาระมีกลิ่นต่าง ๆ ตามที่ธาตุพิการ”

               ๑. อภิญญาณเบญจกูล                        ๒. ทศเบญจกูล

               ๓. ทศเบญจขันธ์                                  ๔. โสฬสเบญจกูล

๔๑. ตัวยาในพิกัดใดที่มีสรรพคุณแก้ในกองธาตุทั้ง ๔ และอากาศธาตุและตัวยารวมกันได้ ๓๖ ส่วน

               ๑. อภิญญาณเบญจกูล                        ๒. มหาพิกัดเบญจกูล

               ๓. ทศเบญจขันธ์                                  ๔. โสฬสเบญจกูล

๔๒. ตัวยาในพิกัดใดที่ใช้แก้กองธาตุทั้งปวงและสงเคราะห์ไปแก้โรคในสตรี

               ๑. ทศเบญจกูล                                    ๒. ทศเบญจขันธ์

               ๓. โสฬสเบญจกูล                                 ๔. อภิญญาณเบญจกูล

๔๓. ตัวยาในพิกัดทศเบญจขันธ์ สามารถรวมกันได้กี่ส่วน

               ๑. ๓๖ ส่วน                                                         ๒. ๑๕ ส่วน

               ๓. ๕๐ ส่วน                                                         ๔. ๔๒ ส่วน

๔๔. โสฬสเบญจกูลถ้าจะแก้ในกองอากาศธาตุ มีส่วนและตัวยาอย่างไร

               ๑.           ดอกดีปลี ๕ ส่วน, รากเจตมูลเพลิง ๔ ส่วน, เถาสะค้าน ๓ ส่วน, รากช้าพลู ๒ ส่วน, เหง้าขิง

                              ๑ ส่วน

               ๒.           รากเจตมูลเพลิง ๕ ส่วน, เถาสะค้าน ๔ ส่วน, รากช้าพลู ๓ ส่วน, เหง้าขิงแห้ง ๒ ส่วน, ดอก

                              ดีปลี ๑ ส่วน

               ๓.           ดอกดีปลี ๘ ส่วน, รากช้าพลู ๖ ส่วน, เถาสะค้าน ๔ ส่วน, รากเจตมูลเพลิง ๒ ส่วน, เหง้าขิง

                              แห้ง ๑๖ ส่วน

               ๔.           ดอกดีปลี ๖ ส่วน, รากช้าพลู ๔ ส่วน, เถาสะค้าน ๒ ส่วน, รากเจตมูลเพลิง ๑๖ ส่วน,

                              เหง้าขิงแห้ง ๘ ส่วน

๔๕.         “ดอกดีปลี ๒ ส่วน, รากช้าพลู ๑๖ ส่วน, เถาสะค้าน ๘ ส่วน, รากเจตมูลเพลิง ๖ ส่วน, เหง้า

                              ขิงแห้ง ๔ ส่วน” ตัวยาตามสูตรนี้ใช้แก้อะไร

               ๑.           แก้ในกองปถวีธาตุ                 ๒. แก้ในกองอาโปธาตุ

               ๓. แก้ในกองวาโยธาตุ                          ๔. แก้ในกองเตโชธาตุ

๔๖ “ดอกดีปลี ๕ ส่วน, รากเจตมูลเพลิง ๔ ส่วน, เถาสะค้าน ๓ ส่วน, รากช้าพลู ๒ ส่วน,

               เหง้าขิงแห้ง ๑ ส่วน” สูตรยานี้เป็นสูตรยาอะไร แก้ในกองธาตุใด

               ๑. ทศเบญจกูล แก้ในกองปถวีธาตุ       ๒. ทศเบญจขันธ์ แก้ในกองปถวีธาตุ

               ๓. ทศเบญจกูล แก้ในกองอาโปธาตุ      ๔. ทศเบญจกูล แก้ในกองอาโปธาตุ

๔๗.         ทศเบญจขันธ์ ที่แก้กองเตโชธาตุ มีตัวยาและส่วนอย่างไร

               ๑.           ดอกดีปลี ๕ ส่วน, รากช้าพลู ๔ ส่วน, เถาสะค้าน ๓ ส่วน, รากเจตมูลเพลิง ๒ ส่วน,

                              เหง้าขิงแห้ง ๑ ส่วน

               ๒.           รากช้าพลู ๕ ส่วน, เถาสะค้าน ๔ ส่วน, รากเจตมูลเพลิง ๓ ส่วน, เหง้าขิงแห้ง ๒ ส่วน,

                              ดอกดีปลี ๑ ส่วน

               ๓.           ดอกดีปลี ๑ ส่วน, รากเจตมูลเพลิง ๕ ส่วน, เถาสะค้าน ๔ ส่วน, รากช้าพลู ๓ ส่วน,

                              เหง้าขิงแห้ง ๒ ส่วน

               ๔.           ดอกดีปลี ๒ ส่วน, รากเจตมูลเพลิง ๑ ส่วน, เถาสะค้าน ๕ ส่วน, รากช้าพลู ๔ ส่วน,

                              เหง้าขิงแห้ง ๓ ส่วน

๔๘. “เถาสะค้าน ๑ ส่วน, ดอกดีปลี ๒ ส่วน, รากช้าพลู ๓ ส่วน” เป็นตัวยาที่ประกอบในสูตรยา

               แก้สมุฏฐานอะไร

               ๑. เตโชธาตุกำเริบ                 ๒. เตโชธาตุหย่อน

               ๓. อาโปธาตุกำเริบ                ๔. อาโปธาตุหย่อน

๔๙. “เถาสะค้าน ๔ ส่วน, ดอกดีปลี ๘ ส่วน, รากช้าพลู ๑๖ ส่วน” เป็นตัวยาที่ประกอบอยู่ใน

               สูตรยาแก้สมุฏฐานอะไร

               ๑. เตโชธาตุกำเริบ                 ๒. วาโยธาตุกำเริบ

               ๓. อาโปธาตุกำเริบ                ๔. ปถวีธาตุกำเริบ

๕๐. “รากช้าพลู ๑ ส่วน, พริกไทย ๔ ส่วน, ลูกสมอไทย ๑๖ ส่วน” เป็นตัวยาที่ประกอบอยู่ใน

               สูตรแก้สมุฏฐานอะไร

               ๑. เตโชธาตุกำเริบ                 ๒. วาโยธาตุกำเริบ

               ๓. อาโปธาตุหย่อน                ๔. ปถวีธาตุพิการ

๕๑. “ดอกดีปลี ๒ ส่วน, รากเจตมูลเพลิง ๑ ส่วน, รากช้าพลู ๓ ส่วน, ขิง ๑/๒ ส่วนระคน”

               เป็นตัวยาที่ประกอบอยู่ในสูตรยาแก้อะไร

               ๑. วาโยธาตุกำเริบ                ๒. วาโยธาตุหย่อน

               ๓. อาโปธาตุกำเริบ                ๔. อาโปธาตุหย่อน

๕๒. “รากเจตมูลเพลิง ๑ ส่วน, เมล็ดพริกไทย ๒ ส่วน, เหง้าขิงแห้ง ๓ ส่วน, เถาสะค้าน ๑๖ ส่วน,

               ลูกสมอไทย ๑/๒ ส่วน, ลูกสมอพิเภก ๑/๒ ส่วน, ลูกมะขาม ๑/๒ ส่วน ตัวยานี้เป็นส่วน-

               ประกอบในสูตรยาแก้สมุฏฐานอะไร

               ๑. ปถวีธาตุพิการ                  ๒. ปถวีธาตุหย่อน

               ๓. อาโปธาตุหย่อน                ๔. วาโยธาตุพิการ

๕๓. “รากเจตมูลเพลิง ๑ ส่วน, เหง้าขิงแห้ง ๒ ส่วน, เถาสะค้าน ๓ ส่วน, รากช้าพลู ๔ ส่วน,

               ลูกมะขามป้อม ๘ ส่วน, ดอกดีปลี ๑๖ ส่วน, เมล็ดพริกไทย ๑/๒ ส่วน” ตัวยาตำรับนี้ใช้แก้

               สมุฏฐานอะไร

               ๑. เตโชธาตุพิการ                  ๒. วาโยธาตุพิการ

               ๓. อาโปธาตุพิการ                 ๔. ปถวีธาตุพิการ

๕๔. “ดอกดีปลี ๔ ส่วน, รากช้าพลู ๘ ส่วน, ลูกมะขามป้อม ๑๖ ส่วน” ตัวยานี้เป็นส่วนประกอบ

               ของสูตรแก้สมุฏฐานใด

               ๑. อาโปธาตุกำเริบ                ๒. อาโปธาตุพิการ

               ๓. วาโยธาตุกำเริบ                ๔. วาโยธาตุพิการ

๕๕. “เตโชธาตุพิการ” ควรใช้ตัวยาสูตรใด

               ๑.           เถาสะค้าน ๑ ส่วน, ดอกดีปลี ๒ ส่วน, รากช้าพลู ๓ ส่วน

                              เหง้าขิงแห้ง ๔ ส่วน, รากเจตมูลเพลิง ๘ ส่วน, ลูกสมอพิเภก ๑๖ ส่วน

               ๒.           ดอกดีปลี ๑ ส่วน, รากช้าพลู ๒ ส่วน, เถาสะค้าน ๓ ส่วน

                              เหง้าขิงแห้ง ๑๖ ส่วน, รากเจตมูลเพลิง ๘ ส่วน, ลูกสมอพิเภก ๔ ส่วน

               ๓.           รากช้าพลู ๑ ส่วน, เถาสะค้าน ๒ ส่วน, ดอกดีปลี ๓ ส่วน

                              รากเจตมูลเพลิง ๔ ส่วน, ลูกสมอพิเภก ๘ ส่วน, เหง้าขิงแห้ง ๑๖ ส่วน

               ๔.           รากช้าพลู ๓ ส่วน, เถาสะค้าน ๒ ส่วน, ดอกดีปลี ๑ ส่วน

                              รากเจตมูลเพลิง ๔ ส่วน, เหง้าขิงแห้ง ๘ ส่วน, ลูกสมอพิเภก

๕๖.         “ปถวีธาตุหย่อน” ควรใช้ตัวยาสูตรใด

               ๑.           เมล็ดพริกไทย ๑ ส่วน, เหง้าขิงแห้ง ๒ ส่วน, รากเจตมูลเพลิง ๓ ส่วน

                              เถาสะค้าน ๔ ส่วน, ดอกดีปลี ๘ ส่วน, รากช้าพลู ๑๖ ส่วน, ตรีผลา ๑/๒ ส่วนระคน

               ๒.           รากเจตมูลเพลิง ๑ ส่วน, เหง้าขิงแห้ง ๒ ส่วน, เมล็ดพริกไทย ๓ ส่วน,

                              เถาสะค้าน ๑๖ ส่วน, รากช้าพลู ๘ ส่วน, ดอกดีปลี ๔ ส่วน

               ๓.           เหง้าขิงแห้ง ๑ ส่วน, รากเจตมูลเพลิง ๒ ส่วน, เมล็ดพริกไทย ๓ ส่วน,

                              รากช้าพลู ๔ ส่วน, เถาสะค้าน ๘ ส่วน, ดอกดีปลี ๑๖ ส่วน, ตรีผลา ๑/๒ ส่วนระคน

               ๔.           รากเจตมูลเพลิง ๑ ส่วน, เหง้าขิงแห้ง ๒ ส่วน, เมล็ดพริกไทย ๓ ส่วน,

                              รากช้าพลู ๔ ส่วน, เถาสะค้าน ๘ ส่วน, ดอกดีปลี ๑๖ ส่วน, ตรีผลา ๑/๒ ส่วนระคน

๕๗.                        “ดอกดีปลี ๘ ส่วน, รากช้าพลู ๑๖ ส่วน, ลูกมะขามป้อม ๔ ส่วน, เมล็ดพริกไทย ๑/๒ ส่วน

                              ระคน” เป็นตัวยาที่ประกอบในสูตรยาแก้สมุฏฐานใด

               ๑.           เตโชธาตุกำเริบ                     ๒.           วาโยธาตุหย่อน

               ๓.           อาโปธาตุหย่อน                     ๔.           ปถวีธาตุหย่อน

 

๕๘.         “เมล็ดเพริกไทย ๑๖ ส่วน, ลูกสมอไทย ๘ ส่วน, เถาสะค้าน ๔ ส่วน เหง้าขิงแห้ง ๑/๒ ส่วน

               ระคน”

               ๑. วาโยธาตุพิการ                 ๒. วาโยธาตุหย่อน

               ๓. เตโชธาตุพิการ                  ๔. เตโชธาตุหย่อน

๕๙.         “เมล็ดพริกไทย ๑ ส่วน, เหง้าขิงแห้ง ๒ ส่วน, รากช้าพลู ๑๖ ส่วน”

               เป็นตัวยาที่ประกอบอยู่ในสูตรยาแก้สมุฏฐานอะไร

               ๑. ปถวีธาตุกำเริบ                 ๒. ปถวีธาตุหย่อน

               ๓. อาโปธาตุกำเริบ                ๔. วาโยธาตุหย่อน

๖๐. “เหง้าขิงแห้ง ๑ ส่วน, เถาสะค้าน ๒ ส่วน, ลูกมะขามป้อม ๑๖ ส่วน”

               เป็นตัวยาที่ประกอบอยู่ในสูตรยาแก้สมุฏฐานอะไร

               ๑. อาโปธาตุกำเริบ                ๒. อาโปธาตุหย่อน

               ๓. เตโชธาตุพิการ                  ๔. วาโยธาตุหย่อน

๖๑. ตัวยาในข้อใดที่เป็นตัวยาประกอบในสูตรยาแก้เตโชธาตุพิการ

               ๑. เหง้าขิงแห้ง ๔ ส่วน, รากเจตมูลเพลิง ๘ ส่วน, เถาสะค้าน ๑ ส่วน

               ๒. รากช้าพลู ๑ ส่วน, เมล็ดพริกไทย ๔ ส่วน, ลูกสมอไทย ๑๖ ส่วน

               ๓. เหง้าขิงแห้ง ๑ ส่วน, เถาสะค้าน ๒ ส่วน, รากช้าพลู ๘ ส่วน

               ๔. รากช้าพลู ๑ ส่วน, เถาสะค้าน ๒ ส่วน, ลูกสมอพิเภก ๘ ส่วน

๖๒. ตัวยาในข้อใดที่เป็นตัวยาประกอบอยู่ในสูตรยาแก้วาโยธาตุหย่อน

               ๑. เมล็ดพริกไทย ๑๖ ส่วน, ลูกสมอไทย ๘ ส่วน, เหง้าขิงแห้ง ๑/๒ ส่วน, ดอกดีปลี ๑ ส่วน

               ๒. รากเจตมูลเพลิง ๓, รากช้าพลู ๒ ส่วน, ดอกดีปลี ๑ ส่วน, เหง้าขิงแห้ง ๑/๒ ส่วน

               ๓. เมล็ดพริกไทย ๘ ส่วน, รากช้าพลู ๓ ส่วน, รากเจตมูลเพลิง ๑ ส่วน, เหง้าขิงแห้ง ๑/๒ ส่วน

               ๔. รากช้าพลู ๑ ส่วน, ดอกดีปลี ๓ ส่วน, ลูกสมอไทย ๑๖ ส่วน

๖๓. ตัวยาในข้อใดที่เป็นตัวยาประกอบอยู่ในสูตรยาแก้ปถวีธาตุพิการ

               ๑. เมล็ดพริกไทย ๑ ส่วน, รากเจตมูลเพลิง ๓ ส่วน, เถาสะค้าน ๔ ส่วน, ลุกสมอไทย ๑/๒ ส่วน

               ๒. รากช้าพลู ๑๖ ส่วน, เถาสะค้าน ๔ ส่วน, รากเจตมูลเพลิง ๓ ส่วน, ลูกมะขามป้อม ๑/๒ ส่วน

               ๓. เถาสะค้าน ๘ ส่วน, เมล็ดพริกไทย ๓ ส่วน, เหง้าขิงแห้ง ๑ ส่วน, ลูกสมอพิเภก ๑/๒ ส่วน

               ๔. ลูกสมอไทย ๑/๒ ส่วน, ลูกมะขามป้อม ๑/๒ ส่วน, ดอกดีปลี ๔ ส่วน, รากเจตมูลเพลิง ๑

                    ส่วน, เมล็ดพริกไทย ๒ ส่วน

๖๔. “เหง้าขิงแห้ง ๔ ส่วน, ดอกดีปลี ๓ ส่วน” เป็นตัวยาที่ประกอบในมหาพิกัดทศเบญจขันธ์ที่ใช้

               ในกองธาตุสมุฏฐานใด

               ๑. อาโปธาตุ                          ๒. วาโยธาตุ

               ๓. ปถวีธาตุ                           ๔. เตโชธาตุ

๖๕. “รากช้าพลู ๑ ส่วน, ดอกดีปลี ๔ ส่วน” เป็นตัวยาที่ประกอบในมหาพิกัด ทศเบญจขันธ์ที่ใช้แก้

               กองธาตุสมุฏฐานใด

               ๑. อากาศธาตุ                       ๒. ปถวีธาตุ

               ๓. เตโชธาตุ                                         ๓. อาโปธาตุ

๖๖. “เหง้าขิงแห้ง ๒ ส่วน, รากเจตมูลเพลิง ๔ ส่วน” เป็นตัวยาที่ประกอบในมหาพิกัดโสฬส

               เบญจกูลที่ใช้แก้กองธาตุสมุฏฐานใด

               ๑. ปถวีธาตุ                                          ๒. เตโชธาตุ

               ๓. อากาศธาตุ                       ๔. วาโยธาตุ

๖๗. “ใบเจตมูลเพลิง ๔ ส่วน, รากขิงแห้ง ๑๐ ส่วน, ดอกดีปลี ๒๐ ส่วน”

               เป็นตัวยาที่ประกอบอยู่ในมหาพิกัดอะไร

               ๑. มหาพิกัดอภิญญาณเบญจกูล          ๒. มหาพิกัดโสฬสเบญจกูล

               ๓. มหาพิกัดทศเบญจขันธ์                    ๔. มหาพิกัดทั่วไป

๖๘. ถ้าต้องการแก้ธาตุที่สำแดงให้รู้ดุจผีสิงที่กระทำให้อุจจาระมีกลิ่นดังข้าวบูด ควรใช้ตัวยาใด

                  ประกอบบ้าง

               ๑. รากช้าพลู ๕ ส่วน, รากเจตมูลเพลิง ๒ ส่วน     ๒. รากช้าพลู ๔ ส่วน, ดอกดีปลี ๒ ส่วน

               ๓. ดอกดีปลี ๔ ส่วน, เถาสะค้าน ๒ ส่วน              ๔. รากเจตมูลเพลิง ๓ ส่วน, ดอกดีปลี ๔ ส่วน

 

 

ลำโพง

                                               ลำโพง  

ชื่อในประเทศไทย   ลำโพง,ลำโพงแดง,ลำโพงดำ,ลำโพงกาสลัก,ลำโพงขาว,มะเขือบ้า,เล่าเอี้ยงฮวย(จีน)

                                           วงค์      SOLANACEAE

ลำโพงแดง   Daturu Futuosa                                    ลำโพงแดง    Datura  Alba Nees

ลำโพง เป็นไม้ยืนต้นล้มลุก ต้นสูงประมาณ ๒เมตร      ใบโตคล้ายใบมะเขือใบค่อนข้างกลม   ที่สะโพกใบยักสูงข้างหนึ่ง ตำ่ข้างหนึ่ง ดอกสีขาวอมเหลืองอมม่วง  บานเป็นปากแตรและซ้อนกัน ๒-๓  ดอกงามน่าดู มีผลออกตามง่ามกิ่ง ผลโตขนาดผลมะเขือเปราะ มีหนามเต็มทั้งผล  เมล็ดเหมือนเมล็ดมะเขือ  ความจริงลำโพงก็เป็นมะเขืออีกชนิดหนึ่งนั่นเอง   ลำโพงเป็นไม้ที่ปลูกเพาะขี้นได้ง่ายตามที่ลุ่มตำแฉะ  ฉะนั้นจึงมีขี้นใที่ทั่วๆไปทุกแห่ง  ลำโพงของไทยเรามีสอง ชนิด คือ ตนิดต้อนแดงจนเกือบดำ เรียกว่า ลำโพงแดง  (ลำโพงกาสลัก)  ส่วนชนิดลำต้นเขียว กิ่งก้านสีเขียว เรียกว่า   ลำโพงขาว

   ประโยชน์ทางยา  ในแพทย์ตำบลกล่าวว่า   รากลำโพง  รสเมา  หวาน เล็กน้อย  แก้พิษฝีกาฬทั้งปวง

                            แพทย์ตามชนบท ใช้รากของลำโพง ฝนทาภายนอก เป้นยาดับพิษร้อน  แก้พิษฝี  แก้ปวดบามอักเสบ ภายใยใช้รากสุมเป็นถ่านรับประทาน เป็นยาเย็น  แก้ไข้เซื่อมซึมและไข้กาฬ  เมล็ดใช้คั่วพอหมดน้ำมัน ปรุงรับประทานเป็นยาเย็น แก้พิษไข้   ไข้ที่ทำให้ระส่ำระส่าย  น้ำมันของเมล็ดลำโพงใช้ทาแก้ฆ่าเชื้อโรค  แก้กลาก ,เกลื้อน,หิด,เหา, จำพวกที่มีตัวทั้งสิ้น ดอกหั่นตากแห้งใช้มวนกับยาสูบแก้หอบหืด   ใบตำพอกฝีทำให้ฝียุบ  แก้ปวดบวมอักเสบ เมล็ดลำโพงมีสารอัลคอลอยด์ ชื่อ Atropine 

ลำโพงบางชนิดเคยใช้ทำ Scopolamine

     เมล็ดลำโพงดิบๆ รับประทาน ๑-๓ เมล็ด ทำให้เกิดความทรงจำได้ดี   ฉะนั้นพวกนักเทศน์  นักบวช นักธรรม ที่ต้องการความทรงจำชอบรับประทาน ก่อนที่รีบประทานให้เอาเมล็ดลำโพงแห้ง  ของลำโพงแดงโรยลงในขันน้ำ ถ้าเมล็ดไหนมีน้ำมากก็จะหมุน เพราะมีน้ำมันอุ้มเมล็ดอยู่ ก็มักจะเลือกเอาเมล็ดนั้นถือว่าแรงดี  

      เมล็ดลำโพง รับประทานมากๆ เป็นยาพิษทำให้ตาแข็ง  หายใจไม่สะดวก พูดไม่ออกถึงจะรักษาหายก็ทำให้เป็นคนวิกลจริต ฉะนั้นทางภาคเหนือ จึงเรียกต้นไม้นี้ว่ามะเขือบ้า   

      ในไทยเภสัชกล่าวว่า   Datura Stramonium และ Datura Fatula  เป็นพันธุ์ของลำโพงชนิดหนึ่งซึ่งน่าจะมีในประเทศไทยเราได้ะหมือนกันเพราะลำโพงในประเทศเรามีหลายพันธุ์เหมือนกัน  เช่นชนิดริมดอกสีเหลือง,สีม่วงอ่อน,ม่วงแก่ ดอกไม่ซ้อนและซ้อน ๒ ชั้นบ้าง ๓ ชั้นบ้าง,ต้นแดงเรื่อๆ ,ต้นเขียวก็มี

      ในเมล็ดลำโพงมีสารอัลกาลอยด์อยู่ประมาณ ๐.๑ -๐.๕ เปอร์เซนต์  ที่สำคัญคือ  ไฮออสไซยามิน ประกอบด้วยสารอาโทรปินและไฮอ๊อสซีนเล็กน้อย  นอกจากนี่นมีนน้ำมันมีน้ำมันฝิกซด ๑๕-๓๐ เปอร์เซนต์  มีกรดคาตูริคอยู่ด้วย ส่วนใบมีอัลกอลอยด์อยู่

๐.๓-๐.๕ เปอร์เซนต์   มีอัลกอลอย์ทีสำคัญเดียวกับเมล็ด ใช้โดยมากสำหรับแก้อาการกระตุกรัดตัวของหลอดลมในโรคหืด

 

ต้นขี้หนอน

ImageImage

ชื่อที่เรียก
ต้นขี้หนอน
ชื่ออื่นๆ
ขี้มอด (ขอนแก่น-โคราช)
หมวดหมู่ทรัพยากร
พืช
ลักษณะ
เป็นพรรณไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่และจะมีหนามยาว ๆ อยุ่ประปราย ตามลำดับหรือกิ่งไม้ ใบจะเป็นใบเดี่ยว มีลักษณะคล้ายกับผักหวาน ดอกนั้นจะดกมาก และจะมีขนาดเล็ก มีพิษกินเข้าไปตายได้ เมื่อผลแก่จัดจะมีสีเหลือง
     
     
ประโยชน์
เปลือก ใช้สับเป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วใส่น้ำตีให้เป็นฟองแล้วใช้ฟองนั้นสุมหัวเด็ก ใช้รักษาอาการหวัดคัดจมูก ฟองที่ได้มาจากเปลือกนั้น ยังสามารถนำมาล้างเครื่องเพชรได้เช่น มะคำดีควาย
แหล่งที่พบ
ชุมชนทุ่งลาน
ตำบล
ปากบาง
อำเภอ
เทพา
จังหวัด
สงขลา
ฤดูกาลใช้ประโยชน์
ตลอดปี
ศักยภาพการใช้งาน
รับประทานยอดอ่อนกับน้ำพริก
ชื่อสามัญ
ต้นขี้หนอน
ชื่อวิทยาศาสตร์
Zolling Dongnaiensis
ชื่อวงศ์
Sapindaceae

  ตำราเภสัชกรรมไทย  กองการประกอบโรคศิลปะ

                                 ขี้หนอน   เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงใหญ่

                                 เปลือกต้น  รสขมเย็น   แก้ไข้ตัวร้อน  แก้หวัดคัดจมูก  น้ำมูกไหล

Image

คุลิก่า

คุลิก่า   เป็นคำนาม หมายถึง เม็ดกรวดที่อยู่ในกระเพาะสัตว์บดเอื้อง เมื่อนานเข้าก็มีเมือกเกาะเป็นเม็ดกลม ถือกันว่าเป็นยาถอนพิษ. ในวงเล็บ มาจากภาษามลายู guliga เขียนว่า จี-ยู-แอล-ไอ-จี-เอ.

คุลิก่า   สมุนไพรชนิดหนึ่งได้มาจากค่าง มีสรรพคุณดับพิษร้อน แก้เสมหะ จุกคอ ดับพิษกาฬและพิษทั้งปวง มีรสเย็น

คุลิก่า    รสเย็น ดับพิษร้อน ดับพิษกาฬ ดับพิษทั้งปวง แก้เสมหะจุกคอ (เสลดหางวัว

 คุลิก่า ก็คือ ปรวดในตัวค่าง ซึ่งได้จากตัวค่างที่ห้อยโหนอยู่ตามต้นไม้เมื่อมันถูกยิงโดยมนุษย์แล้ว มันจะวิ่งไปเก็บใบไม้มาจุกแผลที่ถูกยิง ถ้ามันไม่ตาย หรือ ตกลงมาสู่พื้นดินต่อมานานๆ เข้าแผลนี้หาย เกิดเป็นปรวดขึ้นคือเป็นก้อนๆ ยาวๆ ตามสัตว์ที่กระสุนปืนผ่าน ต่อมาเมื่อค่างตาย พรานที่จับได้จะคลำหาก้อนปรวดนี้ ถ้าได้ก็จะผ่าออก แล้วเอามาขาย เรียกว่า “คุลิก่า” 

   คุลิก่า  ไม่ใช่ต้นไม้   เป็นก้อนปรวดที่เกิดขึ้นเป็นก้อนกลมแข็งคล้ายก้อนหิน   เกิดขึ้นในตัวค่างที่สัตว์คล้ายๆลิง  เอาก้อนหินน้นมาทำยา เป็นขอที่มีราคาแพงเพราะหาได้ยาก

    ประโยชน์ทางยา   ตามสรรพคุณยาโบราณ กล่าวว่า   คุลิก่า มีรสเย็น  ใช้เป็นน้ำกระสายยาแทรกยาอื่นๆ เป็นยาดับพิษร้อน ดับพิษกาฬ  ดับพิษทั้งปวง   ใช้เป็นน้ำกระสายยาแทะกยาสำหรับคนไข้หนักที่มีเสมหะ  จุกคอจนจะสิ้นใจ (ข้อมูลจากหนังสือ “ไม้เทศ เมื่องไทย” หมอเสงี่ยม พงษ์บุญรอด)

    

 

Tag Cloud

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.